จิ๋งจิ่วมองดูห้องขังห้องนั้นอย่างเงียบๆ ไม่พูดอะไรเป็นเวลาครู่ใหญ่
ภายในห้องขังห้องนั้นก็ไม่มีเสียงอะไรดังออกมา เงียบสงัดคล้ายสุสาน
จู่ๆ ภายในโถงพลันมีลมเบาๆ สายหนึ่งม้วนเอาเศษฝุ่นเล็กๆ ลอยขึ้นมา
ไม่รู้ว่าลมนี้พัดมาจากทางบ่อน้ำหรือว่าพัดมาจากทางยอดเขา อีกทั้งไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
“ข้าจะออกไปข้างนอก”
จิ๋งจิ่วมองไปทางห้องขังห้องนั้นโดยมีอุโมงค์ทางเดินที่ทอดยาวคั่นกลางเอาไว้ พลางกล่าวว่า”มีเรื่องอะไรก็พูดมาตอนนี้”
เสียงอิ๋งอิ๋งเบาๆ ดังมาจากในห้องขัง
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ตกลง”
……
……
ภายในห้องขังมีเก้าอี้ไม้ไผ่เพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่ง
เก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นค่อนข้างเก่า ตรงที่นั่งและมือจับสึกจนเป็นมันวาว ไม่ได้ทำการซ่อมแซมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าไร
ภาพที่ฉายออกมาจากเครื่องมือวิเศษที่อยู่บนกำแพงภายในห้องขังก็เปลี่ยนจากท้องฟ้าสีครามภูเขาสีเขียวเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นโลกแห่งน้ำแข็งหมื่นลี้
ไกลออกไปในโลกแห่งนั้นคล้ายว่ามียอดเขาน้ำแข็งที่โดดเดี่ยวและสูงใหญ่แห่งหนึ่งกำลังส่องประกายระยิบระยับ
เสวี่ยจีห่มผ้าห่ม นั่งยองๆ อยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มองดูยอดเขาน้ำแข็งแห่งนั้น คล้ายพึ