งดูจิ๋งจิ่วมาเป็นเวลาหลายสิบปี ย่อมต้องเข้าใจเขามากกว่าคนจำนวนมากที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
จิ๋งจิ่วกลัวความยุ่งยาก ไม่ชอบก่อเรื่องวุ่นวาย พูดให้ถูกก็คือกลัวตาย แล้วเหตุใดเขาถึงเห็นด้วยกับวิธีของถงเหยียน พาเสวี่ยจี มาที่นี่
ท้องฟ้ายามค่ำคืนมาเยือน เมฆและหิมะบดบังแสงดาว แสงไฟเป็นดวงๆ อยู่ในความมืดดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก
แม่ชีชราผู้นั้นค่อยๆเดินออกมา ใช้มือที่สั่นเทาทยอยจุดตะเกียงสิบกว่าดวงที่เหลือขึ้นมา
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ลำบากท่านแล้ว”
แม่ชีชราเงยหน้าขึ้นมา มองดูเขาพลางกล่าวว่า “ข้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ความจริงเมื่อสองสามปีก่อนหน้านี้ควรจะตายไปแล้ว สามารถอยู่มาถึงตอนนี้ได้นับว่าไม่ง่าย เดิมคิดอยากจะ…”
ประโยคนี้มิทันได้พูดจบ คำพูดที่เหลือได้กลายเป็นเสียงถอนหายใจ
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ตอนนี้นางสบายดี อีกสักสองสามปีน่าจะตื่นขึ้นมา”
แม่ชีชราไม่ได้พูดอะไรอีก หากแต่เดินกลับไปยังห้องของตัวเองโดยมีลูกศิษย์คอยพยุง
ตะเกียงไฟในสำนักแม่ชีสามพันล้วนแต่หล่อเลี้ยงตะเกียงอมตะที่มีอายุร้อยกว่าปีเอาไว้ ด้วยสภาวะของแม่ชีชรา แต่ละคืนนางจุดตะเกียงได้เพียงสิบกว่าดวงเท่านั้น
ใช้เวลาอยู่หลายวัน ในที่สุดนางก็จุ