เสียยิ่งกว่าหิมะและน้ำแข็ง
จิ่งจิ่วใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะสามารถคำนวณจุดอ่อนของธงสุริยันออกมา และใช้กระบี่เซียนแห่งยมโลกฝ่าทะเลเพลิงมาถึงตรงหน้าภูเขาหิมะได้
แต่เสวี่ยจีกลับพุ่งทะลวงเข้ามาตรงๆ ระดับความยากง่ายของทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับดิน
แต่การที่เดินฝ่าทะเลเพลิงที่ร้อนแรงของธงสุริยันเข้ามา เสวี่ยจีก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไปบ้างเหมือนกัน ผิวนอกของร่างกายละลายไปไม่น้อย ร่างกายดูเรียวเล็กขึ้นกว่าเดิม
หมอกเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของนาง เปลวเพลิงที่อยู่บนพื้นค่อยๆ ดับลงไป
เพลิงสุริยันโบกสะบัด เกิดเป็นเปลวเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนลอยเข้าไปหานาง
นางเป็นเหมือนกับหลุมดำที่เย็นยะเยือก สามารถกลืนกินทุกแสงสว่างและความร้อนบนโลกได้
หวังเสี่ยวหมิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เสวี่ยจีไม่แม้กระทั่งเหลือบมองเขา
นางเดินไปตรงหน้าจิ๋งจิ่ว ยื่นมือไปหยิบเอากระบี่คมจักรวาลมา
นางกอดกระบี่เอาไว้ ก้มหน้ามองดูอย่างตั้งใจ พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด
คล้ายกำลังชื่นชมภาพวาดภาพหนึ่ง
หรือพูดอีกอย่างก็คือจักรวาลแห่งหนึ่ง
…………………………………………….