อพูดอีกอย่างก็คือไม่กล้ามาที่นี่
ถงเหยียนสะพายคันฉ่องฟ้ากระจ่าง ทั้งเนื้อทั้งตัวเปรอะเปื้อนด้วยคราบดิน เขามองดูจิ๋งจิ่ว รู้สึกนับถือ
ความสามารถในการขุดโพรงของจิ๋งจิ่วนั้นร้ายกาจอย่างที่ว่าไว้ แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร ต่อให้เป็นหินที่แข็งแค่ไหน เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็แหลกเหลวไปในทันที
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกนับถือยิ่งกว่านั้นก็คือจิ๋งจิ่วได้จดจำโครงสร้างของเส้นปราณเพลิงใต้ดินและข่ายพลังธงสุริยันเอาไว้จนหมด
เส้นปราณเพลิงใต้ดินมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ราวกับเขาวงกตอย่างไรอย่างนั้น พวกเขาทะลวงอยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน แต่กลับไม่เจอเปลวเพลิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
จิ๋งจิ่วมองดูภูเขาหิมะขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าลูกนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างไม่ลังเล
ถงเหยียนรู้สึกว่าการหมุนตัวของเขาดูเกร็งๆ ไปหน่อย จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังเดินตามไป
ในเวลานี้เอง เขาพลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา
จิ๋งจิ่วและถงเหยียนหยุดฝีเท้า
เสียงฝีเท้านั้นกลับยังคงดังมาจากด้านหลัง
ถงเหยียนมองไปทางภูเขาหิมะลูกใหญ่ลูกนั้น
เสียงฝีเท้านั้นดังมาจากด้านบนภูเขาหิมะ
เสียงฝีเท้าค่อนข้างมีเอกลักษณ์
สวบ...ครืด
สวบ...ครืด
เสียง