แรกนั้นคือเสียงพื้นรองเท้าเหยียบไปบนพื้นหิมะ แต่เสียงหลังนั้นกลับเหมือนเสียงไม้กวาดที่ลากไปบนพื้น
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ถงเหยียนก็มองเห็นคนที่อยู่บนภูเขาหิมะคนนั้น
อยู่ห่างกันหลายลี้ แต่ยังคงมองเห็นได้อยู่ ท่าทางการเดินของคนผู้นั้นดูค่อนข้างแปลก คล้ายเดินกะเผลก
เสียงนั้นคือเสียงเท้าขวาของเขาลากไปบนพื้นหิมะ
นั่นคือประมุขนิกายเสวียนอินที่อายุยังน้อยผู้นั้น
เขาค่อยๆ เดินมายังริมผา มองลงมายังพวกเขาทั้งสองคนพลางกล่าวว่า “ทางที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้พวกเจ้า เดินสบายดีไหม?”
ถงเหยียนรู้สึกตกใจ ที่แท้ที่จิ๋งจิ่วสามารถพาตนเองหนีออกมาจากข่ายพลังของนิกายเสวียนอินได้นั้นเป็นแผนการที่อีกฝ่ายเตรียมเอาไว้
อีกฝ่ายอยู่ที่นี่มาโดยตลอด รอคอยให้พวกเขามาติดกับ
นั่นย่อมต้องง่ายกว่าการไปเที่ยวค้นหาพวกเขาในทุ่งรกร้างของเขาเหลิ่งซาน
“แล้วเจ้าล่ะ?”
จิ๋งจิ่วมองดูเขาที่อยู่บนเขาหิมะ กล่าวถามว่า “ชีวิตที่คนอื่นเตรียมเอาไว้ให้เจ้า สุขสบายดีไหม?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของประมุขนิกายเสวียนอินพลันเปลี่ยนไปทันที
ในช่วงเวลายี่สิบสามปีหลังออกมาจากเมืองเจาเกอ เขาได้พบเจอเรื่องราวพิสดารมากมาย พิสดารเสียยิ่งกว่าประส