ียงร้องขอความช่วยเหลือของชิงเอ๋อร์ จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือขุดโพรง ขุดโดยไม่หยุดพักอยู่หลายปี จนกระทั่งขุดลงมาถึงในส่วนลึกของเส้นปราณแผ่นดิน
ไม่ว่าจะดูจากระยะเวลาที่ใช้ขุดหลุมหรือปริมาณดินที่ขุดออกมา เขาก็น่าอยู่ในอันดับแรกในประวัติศาสตร์ของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
จิ๋งจิ่วส่ายศีรษะ “หมอกล้อมเจ้าเทียบข้าไม่ได้ ขุดโพรงยิ่งมิอาจเทียบข้าได้”
ถงเหยียนยิ้มขึ้นมา ไม่อยากจะไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าถนัดขุดโพรง ทำไมถึงไม่หนีไปทางใต้ดิน?”
ถงเหยียนกล่าวว่า “นิกายเสวียนอินวางข่ายพลังเอาไว้ใต้ดินด้วย ยากจะหนีออกไปได้”
จิ๋งจิ่วคิดถึงภาพที่ตนเองเห็นตอนอยู่บนภูเขาโดดเดี่ยว ก่อนจะคาดการณ์ออกมาว่าข่ายพลังของนิกายเสวียนอินน่าจะควบคุมเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนใยแมงมุมที่อยู่ใต้ดินเหล่านั้นไม่ได้
เขากล่าวว่า “ข้าจะไปสำรวจทางหน่อย”
หลังจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาพิสูจน์ความสามารถในการขุดโพรง
จิ๋งจิ่วกลับหัว
เสียงหวึ่งดังขึ้น
ภายในป่ามีลมหนาวพัดแผ่วเบา บนพื้นมีรูปรากฏขึ้นมารูหนึ่ง
ถงเหยียนกับชิงเอ๋อร์สบตากัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกจนปัญญา
นิสัยของจิ๋งจิ่วแตกต่างกับผู้ฝึกกระบี่ของชิงซานทั่วๆ ไปโดยสิ้นเชิง แต่ท