ซูชีเกอซึ่งเป็นเจ้าสำนักคนก่อนนอนอยู่บนเตียง เขามองดูเกาหยาที่ยืนอยู่ริมถ้ำ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน กล่าวว่า “ที่ผ่านมาธงสุริยันนี้เป็นแค่เพียงฐานของข่ายพลังแห่งนี้ ไม่สามารถออกไปจากที่แห่งนี้ได้ ไหนเลยจะคิดว่าตอนนี้กลับสามารถแสดงอานุภาพที่น่าหวาดกลัวขนาดนี้ออกมาได้ ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว ท่านคงจะรู้สึกเสียใจอยู่หน่อยใช่หรือไม่?”
ในฐานะที่เกาหยาเป็นผู้อาวุโสมาเจ็ดยุค ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาแห่งนี้มาเป็นเวลาเนิ่นนาน เขาย่อมต้องคุ้นเคยกับธงสุริยันผืนนี้เป็นอย่างดี เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ สีหน้าก็อดเปลี่ยนเป็นดูแย่ขึ้นมาไม่ได้ เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “ท่านประมุขถือธงสุริยัน สามารถสังหารทวยเทพทุกคนที่อยู่บนโลก นี่ย่อมต้องเป็นเรื่องดีสำหรับนิกายของเรา ข้ามีอะไรให้ต้องเสียใจ?”
ซูชีเกอยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ตอนนั้นข้าเคยบอกเอาไว้แล้วว่าการที่ท่านคิดจะใช้เขามาขับไล่ซูจึเย่ มันก็เหมือนการเอาหนังเสือจากเสือ จริงอยู่ที่ท่านประมุขไม่ถนัดเรื่องวางกลอุบาย ฝีมือในเรื่องอื่นเองก็ธรรมดา แต่เขาไม่มีทางเป็นหุ่นเชิดให้ท่านไปได้ตลอด เพราะเขาคือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นจอมมารที่แท้จริง”
เกาหยาแค่นหั