็ได้แต่ต้องคุยเรื่อยเปื่อยกันเท่านั้น
“เจ้าจะไปรู้อะไร? ท่านประมุขลงมือด้วยตัวเอง ว่ากันว่ากระทั่งราชาเพลิงก็ยังต้องตกใจ ถึงได้บีบคนผู้นั้นออกมาจากพื้นดินได้ พวกเราถึงต้องมาหาที่นี่ไง”
“จะว่าไปแล้ว ทำไมสำนักจงโจวถึงได้ไล่คนผู้นั้นออกจากสำนักล่ะ? ได้ยินว่าคนผู้นั้นมีชื่อเสียงอย่างมากนี่นา”
“ใครจะไปรู้ล่ะ แต่ข้าว่าน่าจะเป็นเพราะเจ้านั่นมันขโมยเครื่องมือวิเศษอะไรบางอย่างมาจากสำนักจงโจวแน่”
“ฮ่าๆๆๆ! ข้าว่าไม่ใช่ว่าขโมยเครื่องมือวิเศษหรอก คงจะขโมยเมียอาจารย์มามากกว่า”
“เจ้านี่เหมือนกบในกะลาจริงๆ! อาจารย์ของเขาคือนักพรตไป๋ มีเมียอาจารย์ที่ไหนกันล่ะ แล้วอีกอย่าง คนทางเหนือมีใครไม่รู้บ้างว่าเขาชอบเซียนไป๋เจ่า”
“แล้วเขาหนีทำไม? ต่อไปกลายเป็นลูกเขย อยากจะได้อะไรก็ได้มิใช่หรือ”
“ถึงได้บอกว่าเจ้ามันกบในกะลาไง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย! ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนมีใครไม่รู้บ้างว่าคนที่เซียนไป๋เจ่าชอบคือจิ๋งจิ่วแห่งชิงซาน”
สาวกของนิกายเสวียนอินทั้งสามคนคุยกันอย่างออกรสออกชาติจนลืมเรื่องที่อาจจะถูกบันทึกเสียงเอาไว้ไปเสียสนิท
ทันใดนั้นเอง เสียงพูดคุยภายในเครื่องมือวิเศษพลันหยุดไป หลังจากนั้นครู่หนึ่งถึงดังขึ้น