ลมกระโชกแรง คนผู้หนึ่งพุ่งมาอยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่ว
ธารลาวาค่อนข้างมืดสลัว แต่มันก็ยังมีแสงสว่างอยู่บ้าง มือขวาของจิ๋งจิ่วดูคล้ายคบเพลิงที่กำลังเผาไหม้ เพียงพอที่จะส่องสว่างภาพที่อยู่ตรงหน้า
คนผู้นั้นคือชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งผู้หนึ่ง ดวงตาทั้งสองข้างมีแสงสีเขียวเปล่งประกายออกมา ผมเผ้ายุ่งเหยิง คล้ายกับสัตว์ป่าอย่างไรอย่างนั้น พลังอันชั่วร้ายตลบอบอวลเหมือนความมืดในเวลาค่ำคืน
ผู้บำเพ็ญพรตวิถีมารผู้นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงได้สามารถมาบำเพ็ญเพียรอยู่ในใต้ดินลึกขนาดนี้ได้ ดูแล้วน่าจะมีชื่อเสียงอยู่ในเขาเหลิ่งซานไม่น้อยทีเดียว
จิ๋งจิ่วมองดูเขา มั่นใจว่าสภาวะของอีกฝ่ายเหนือกว่าตนเอง
จากนั้นเขามองดูอาวุธวิเศษที่อยู่ในมือขวาชิ้นนั้น มั่นใจว่าของชิ้นนี้ถึงแม้จะไม่ทนความร้อน แต่ระดับความแข็งก็ถือว่าไม่เลว
จากนั้นครู่หนึ่ง อาวุธวิเศษชิ้นนั้นก็ถูกมือขวาของเขาลวกจนเป็นควันลอยขึ้นมา บนใบหน้าของผู้บำเพ็ญพรตวิถีมารผู้นั้นมีความรู้สึกเจ็บปวดและโกรธแค้นปรากฏขึ้นมา เขาตะคอกเสียงดังว่า “ตายเสียเถอะ!”
สิ้นเสียงตะคอกของเขา พลังชั่วร้ายของอาวุธวิเศษที่อยู่ในมือจิ๋งจิ่วพลันพวยพุ่งขึ้นมา ภูตผีและวิญญาณร้ายหลายสิบดว