้นกระทั่งกระบี่ของหลิ่วสือซุ่ยก็ฟันไม่เข้า?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ของข้าด้วย”
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ไปยอดเขาซั่งเต๋อ”
……
……
ยอดเขาซั่งเต๋อหนาวเย็นเป็นอย่างมาก บนยอดเขาส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ทนต่ออากาศหนาว ดูแล้วมิได้สวยงามอะไร ส่วนใหญ่ดูโดดเดี่ยวราบเรียบ มองนานเข้าก็มักจะรู้สึกเบื่อ
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยยืนอยู่ด้านล่างยอดเขา แต่ถึงกระนั้นก็ยังรับรู้ได้ถึงลมหนาวที่พัดลงมาจากเบื้องหน้า
ยอดเขาซั่งเต๋อเป็นสถานที่ที่เข้มงวดที่สุดในยอดเขาทั้งเก้า ศิษย์ทั่วไปห้ามมิให้เข้าออกตามอำเภอใจ
หากพวกเขาไม่อยากเปิดเผยตัวตน พวกเขาก็ต้องหาทางให้ตัวเองเข้าไป
เจ้าล่าเยวี่ยนึกถึงนิสัยเย็นชาของท่านกฎแห่งกระบี่ขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าให้หยวนฉวี่มาเปิดทางไหม?”
อาจารย์เรียกศิษย์มาทำเรื่องบางเรื่องให้ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างเช่นใช้เส้นสายอะไรทำนองนั้น
“ข้ารู้จักที่นี่ดีกว่าเขา”
จิ๋งจิ่วพาเจ้าล่าเยวี่ยเดินขึ้นไปในยอดเขา มิได้เดินตามทางขึ้นเขา หากแต่เดินเข้าไปในป่าสน
ลมหนาวพัดผ่านกิ่งไม้ ต้นสนไหวเอนเหมือนเกลียวคลื่น เขาคุ้นเคยกับที่นี่จริงอย่างที่ว่า เห็นๆ อยู่ว่าไม่มีทาง ทุกที่ที่อยู่เบื้องหน้าล้วนแต่เป็นต้นสนที่หนาทึบ