หน้าร้อนของเมืองไห่โจวในปีนี้ค่อนข้างร้อนกว่าทุกปี
อาจจะเป็นเพราะกระแสน้ำอุ่นในทะเล แล้วก็อาจเป็นเพราะไม่มีวาฬบินยักษ์คอยดูดน้ำทะเลแล้วพ่นออกมาเป็นสายฝนอีกต่อไป
หลังศึกถล่มลานเมฆจบไป สำนักกระบี่ซีไห่ก็ถอยเข้าไปในส่วนลึกของทะเล อิทธิพลภายในเมืองไห่โจวค่อยๆ ลดน้อยลง สำนักเล็กๆ หลายสำนักฉวยโอกาสรุกเข้ามา
บนถนนหลักของเมืองไห่โจวเคยมีเหลาสุราอยู่แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเป็นปีศาจจิ้งจอก
เหลาสุราแห่งนี้ถูกพวกหนานเจิงที่เป็นยอดฝีมือของปู้เหล่าหลินพังถล่มจนกลายเป็นเศษซากปรักหักพัง แต่เป็นเพราะตำแหน่งดีอย่างมาก หลังผ่านไปไม่กี่ปีก็มีเหลาสุราถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ที่น่าสนใจก็คือเหลาสุราแห่งนี้ขายหม้อไฟเหมือนแต่ก่อน ยิ่งไปกว่านั้นมิได้มีแค่เพียงหมอไฟทะเล หากแต่ยังมีหม้อไฟของอี้โจวและหม้อไฟทางเหนือด้วย
แขกที่สวมหมวกลี่เม่าผู้หนึ่งเดินเข้าไปในเหลาสุรา สั่งหม้อไฟสำหรับหนึ่งคนพลางกินกับแกล้มไปเล็กน้อย ก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินจากไป บนบันไดหินที่อยู่ตรงหน้าเหลาสุรามีน้ำขังเล็กน้อย ในตอนที่แขกผู้นั้นเดินผ่าน ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หมวกลี่เม่าได้สะท้อนไปบนผิวน้ำ ใบหน้านั้นเป็นสีดำ ไม่รู้ว่าเขาสวมใส่หน้ากากหรือว่าเป็นอะไร
เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดโต๊ะนั้นอย่างรวดเร็ว น้ำแกงที่กินเหลือในหม้อไฟถูกเทลงถังขยะ กระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่งถูกส่งไปยังครัวด้านหลัง
สุดท้ายกระดาษแผ่นนั้นก็ถูกส่งเข้าไปในห้องส่วนตัวห้อง