ถานการณ์ของจิ๋งจิ่วดูดีขึ้น ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ต้องคิดว่าจะจัดการกับจิตเซียนนั้นอย่างไร
ถงเหยียนคล้ายคาดเดาอะไรบางอย่างได้ เขากล่าวว่า “พลังเซียนที่คันฉ่องฟ้ากระจ่างสามารถดูดซับได้นั้นมีปริมาณจำกัด อีกไม่นานการดูดซับพลังนี้ก็จะหยุดลง”
จัวหรูซุ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “คันฉ่องฟ้ากระจ่างเป็นวัตถุวิเศษชั้นสวรรค์ แต่รองรับพลังเซียนได้แค่นี้อย่างนั้นหรือ?”
ถงเหยียนกล่าวว่า “คันฉ่องฟ้ากระจ่างถูกน้ำแข็งผนึกมาเป็นเวลานาน สิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านในที่สามารถดูดซับพลังเซียนได้ยังไม่ตื่นขึ้นมา”
คำพูดประโยคนี้คล้ายกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง
และในเวลานี้เอง ภายในห้องฌานพลันมีเสียงเรอดังขึ้นมา
ทุกคนเดินกลับเข้าไปในห้อง เห็นชิงเอ๋อร์นั่งอยู่ข้างกายจิ๋งจิ่ว มือเล็กๆ ลูบไปบนท้องที่ปูดนูนขึ้นมาเล็กน้อย ร่างดวงจิตมิได้โปร่งใสอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าปลอดภัยแล้ว
เจ้าล่าเยวี่ยมองถงเหยียน ในใจครุ่นคิดว่าไหนบอกว่าใช้เวลาอีกไม่นาน?
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังกังวลอะไร? แต่ไม่ต้องกลัว!”
ชิงเอ๋อร์ตบท้องของตัวเอง ส่งเสียงดังปุๆ ฟังดูน่ารัก
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ นางก็บินขึ้นมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในร่างของจิ๋งจิ่ว
เหมือนนกชิงเหนี่ยวที่บินลงไปใน