ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือถงเหยียนแห่งจงโจว
เสี่ยวเหออยู่ในปู้เหล่าหลินมาหลายปี นางย่อมต้องรู้จักหน้าตาของศิษย์อัจฉริยะแห่งจงโจวผู้นี้ จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ในใจครุ่นคิดว่าเหตุใดจู่ๆ เขาถึงมาที่วัดกั่วเฉิง? จากนั้นก็สังเกตเห็นว่ารองเท้าของถงเหยียนเก่าจนขาดแล้ว ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือบนนิ้วมือของเขามีเศษดินติดอยู่เต็มไปหมด ไม่เหมือนกับภาพลักษณ์อาจารย์เซียนที่อยู่ในหัวผู้คนเลย
ไม่ทันได้คิดอะไร เสี่ยวเหอตามขึ้นไป กล่าวอะไรสองสามประโยค
ถงเหยียนหยุดฝีเท้าพลางมองดูนาง ก่อนหน้านี้ตอนที่มองเห็นเสี่ยวเหออยู่บนทางขึ้นเขา เขายังคิดว่าอีกฝ่ายเป็นปีศาจจิ้งจอกที่มาไหว้พระ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเสี่ยวเหอแห่งเมืองอิ้งเฉิงที่เล่าลือกันว่าหลอกหลิ่วสือซุ่ยออกมาจากชิงซาน
“ด้วยสถานะศิษย์ของสำนักจงโจวของท่าน ย่อมต้องสามารถเข้าไปในวัดกั่วเฉิงได้ แต่มิได้หมายความว่าจะได้เจอคนที่ท่านอยากเจอ”
เสี่ยวเหอมองเขาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่อาจเข้าไปในวัดกั่วเฉิงได้ แต่ขอเพียงเข้าไปในวัดได้ ข้ากลับสามารถพาท่านไปหาคนที่ท่านอยากเจอได้”
ถงเหยียนคิดถึงความสัมพันธ์ของหลิ่วสือซุ่ยกับจิ๋งจิ่ว จึงพยักหน้า
……
……
ภายในป่าเจดีย์มีเสียง