สมณะตู้ไห่กล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ฮ่องเต้พระองค์ก่อนมิสนใจใยดีโลกนี้ เหลืออายุเพียงสิบกว่าปี ทิ้งร่างเอาไว้จะมีประโยชน์อันใด? หากให้นักพรตหยิบยืม ก็จะอยู่ต่อไปได้อีกหลายร้อยปี ไม่แน่ตอนนี้แผนการของนักพรตอาจจะสำเร็จ สรรพสัตว์ร่มเย็นเป็นสุขไปแล้วก็เป็นได้ เช่นนี้แล้วนักพรตทำผิดอะไร?”
แนวคิดขัดแย้งกัน โต้เถียงไปก็เปล่าประโยชน์ ก็เหมือนกับที่จิ๋งจิ่วไม่ค่อยพูดถึงเรื่องเหล่านี้
ฮ่องเต้ย่อมไม่โต้เถียงกับสมณะตู้ไห่ หากแต่มองดูเขาพลางกล่าวถามว่า “ตอนนั้นเจ้าคือเณรที่รับใช้อยู่ข้างกายเขา?”
บนใบหน้าสมณะตู้ไห่มีรอยยิ้มเย้ยหยัน กล่าวว่า “ศิษย์พี่ที่คอยรับใช้นักพรตในตอนนั้นล้วนแต่ถูกพวกเจ้าฆ่าตายจนหมดแล้ว ภายในวัดทำการกวาดล้างอยู่สามสิบปี หากอาตมาเคยรับใช้นักพรต เจ้าคิดหรือว่าอาจมาจะยังมีชีวิตอยู่มาถึงตอนนี้ได้?”
เสียงระฆังวัดดังทอดยาว คล้ายมิเกี่ยวข้องกับโลกนี้ แต่หากต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันก็กลายเป็นเหมือนลานสังหารอสูรได้ในทันทีเช่นกัน
ฮ่องเต้มิได้กล่าวถึงเรื่องที่ว่านักพรตไท่ผิงพ่ายแพ้ได้อย่างไร แล้วก็มิได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น แต่เมื่อฟังจากคำพูดของสมณะตู้ไห่แล้วก็พอจะนึกภาพออกว่าวัดกั่วเฉ