ิงในตอนนั้นมีคนตายไปมากน้อยเท่าไร เหตุการณ์น่าสยดสยองเพียงใด
เจ้าล่าเยวี่ยสีหน้าเรียบเฉย รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่สมควร
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกทอดถอนใจ กล่าวถามว่า “เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงยังติดตามปรมาจารย์ไท่ผิงอยู่อีก?”
“ตอนนั้นข้าเป็นเพียงเณรตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ ไม่เคยถูกรังแก แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของตัวข้า”
สมณะตู้ไห่มองไปนอกห้องฌาน คล้ายกำลังหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต กล่าวว่า “วันหนึ่งข้ากวาดใบไม้อยู่ในป่าเจดีย์ ได้เจอกับเจ้าอาวาส ท่านถามชื่อของข้า เรียนรู้คัมภีร์อะไร ตอนนี้เข้าใจอะไรแล้วบ้าง แล้วยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจ อยู่เป็นเพื่อนข้ากวาดใบไม้ตลอดทั้งบ่าย”
หลิ่วสือซุ่ยคิดถึงค่ำคืนที่อธิบายธรรมะในสวนผักขึ้นมาอีกครั้ง
หากเป็นคนธรรมดา บางทีอาจจะถามสมณะตู้ไห่ว่าเพียงเพราะการพบกันครั้งนี้ เจ้าก็เลยสาบานว่าจะติดตามไท่ผิง เข้าปู้เหล่าหลิน กระทั่งตัวเองจะกลายเป็นสมณะสูงศักดิ์แล้วก็ยังไม่ลืมอย่างนั้นหรือ?
เขามิได้ถามอะไร เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มิได้ถามอะไร เพราะพวกเขาล้วนแต่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร
ไม่ว่าจะฝึกเต๋า หรือว่ากระบี่ หรือว่าฌาน สุดท้ายสิ่งที่ฝึกก็ล้วนแต่เป็นใจ
เพียงแต่บางคนฝึกใจให้ซื่อสัตย