รือ?”
สมณะตู้ไห่ยิ้มเจื่อนพลางกล่าวว่า “หวังว่าจะขังผู้อาวุโสเอาไว้ได้สักสามวัน คิดว่าฉานจึน่าจะกลับมาจากที่ราบหิมะแล้ว”
เห็นๆ อยู่ว่าควรจะเป็นคำพูดข่มขู่ แต่ไฉนพอออกมาจากปากสมณะสูงศักดิ์รูปนี้ มันกลับกลายเป็นความรู้สึกจนปัญญา
วัดกั่วเฉิงแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ด้วย
อีกทั้งกิเลนฉีหลินแห่งสำนักจงโจวยังเป็นเพื่อนกับปฐมจารย์ของสำนักฌาน ตอนที่ก่อตั้งวัดกั่วเฉิงก็ได้รับความช่วยเหลือจากมัน แล้ววัดกั่วเฉิงจะลงมือกับมันเต็มที่ได้อย่างไร?
ฉีหลิงฟังออกถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดประโยคนี้ สีหน้าดูเย็นลงเล็กน้อย กล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับสำนักชิงซาน พวกเจ้าอย่าได้เข้ามายุ่ง”
สมณะตู้ไห่ถอนใจ กล่าวโน้มน้าวว่า “ท่านผู้อาวุโสพอจะเห็นแก่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้หรือไม่ รอไว้งานสักการะเสร็จสิ้นแล้วค่อยว่ากัน?”
“แต่ไหนแต่ไรมาข้าก็ให้ความเคารพต่อราชสำนักตระกูลจิ่งมาโดยตลอด หากเป็นเวลาปกติ ข้าก็พอจะยอมได้ แต่วันนี้ไม่ได้”
สายตาของฉีหลิงมองไปยังส่วนลึกของสวนจิ้งหยวน แผ่ไอพลังที่ไม่อาจขัดขืนได้ออกมา
ที่เขาเลือกลงมือในวันนี้ย่อมต้องมีเ