ที่นี่มันคือวัดกั่วเฉิงนะ”
ฉีหลิงไม่สนใจเขาอีก กล่าวเสียงเย็นยะเยือกว่า “จิ๋งจิ่วมาเรียนธรรมะอยู่ที่นี่ หรือว่าเรียนจนกลายเป็นเต่าไปแล้ว? แต่บรรพชนของสำนักชิงซานของพวกเจ้าก็เป็นเต่าตัวหนึ่งนี่นะ…”
จัวหรูซุ่ยเบะปาก คิดในใจว่าหากมิเป็นเพราะสู้ไม่ได้ ในเวลานี้คงจะแทงเจ้าไปสักสองทีแล้ว ไม่อย่างนั้นหากกลับไปยอดเขาเทียนกวงแล้วจะมีหน้าไปพบท่านหยวนกุยได้อย่างไร?
ลู่กั๋วกงคิดอยากจะก้าวออกมาพูดอะไรเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันของสัตว์เทพจากบรรพกาลท่านนี้ กระทั่งหายใจก็ยังทำได้ลำบาก ไหนเลยจะอ้าปากได้?
เสียงของฉีหลิงค่อยๆ ดุร้ายขึ้นมา กล่าวว่า “หากเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะพังสวนกับวัดผุๆ แห่งนี้ซะ!”
สมณะตู้ไห่มิอาจทนฟังต่อไปได้อีก เขาฝ่าแรงกดดันก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนกล่าวอย่างถอนใจว่า “ท่านผู้อาวุโส หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ อย่างนั้นวัดกั่วเฉิงของอาตมาก็คงต้องใช้ข่ายพลังออกมา”
สำนักบำเพ็ญพรตบนแผ่นดินเฉาเทียนแต่ละสำนักล้วนแต่มีรากฐานที่สั่งสมมาเป็นของตนเอง แล้วก็ย่อมต้องมีข่ายพลังประจำสำนักอันร้ายกาจอยู่ด้วย
ฉีหลิงเหลือบมองเขา กล่าวว่า “พระน้อย เจ้าคิดว่าข่ายพลังนั่นจะขังข้าได้อย่างนั้นห