าหาคน”
สมณะตู้ไห่สีหน้าเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย กล่าวว่า “ผู้ใดหรือ?”
ผู้คนที่อยู่ในสวนจิ้งหยวนต่างตกใจ ในใจครุ่นคิดว่าบนโลกยังมีใครคู่ควรให้ท่านผู้นี้เดินทางออกมาเขาอวิ๋นเมิ่งเพื่อมาพบอีกอย่างนั้นหรือ?
ฉีหลิงพลันตะโกนออกมาว่า “จิ๋งจิ่ว! โผล่หัวออกมา!”
เสียงตะโกนนี้คล้ายภูเขาพังถล่ม ภายในสวนจิ้งหยวนพลันมีลมกระโชกขึ้นมา ธงขาวปลิวสะบัดรุนแรง ราวกับพร้อมจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ เศษฝุ่นที่อยู่ตามซอกหินถูกกระแทกจนฟุ้งกระจายออกมา บดบังสายตาทุกคนเอาไว้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงตะโกนที่ดังสะท้อนไปมาก็ค่อยๆ หายไป ฝุ่นควันร่วงตกลงอีกครั้ง ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ฉีหลิงนิ่งเงียบไปครู่ จากนั้นหมุนตัวมองไปทางจัวหรูซุ่ยแล้วกล่าวว่า “เขาอยู่ที่ไหน?”
จัวหรูซุ่ยก้มหน้ามองดูฝุ่นควันที่ร่วงตกลงมาบนพื้น ดูคล้ายสงบนิ่ง แต่ความจริงในใจกลับรู้สึกหวาดกลัว เสื้อผ้าที่อยู่ด้านหลังเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
สายตาของฉีหลิงเป็นเหมือนดั่งดาบอันคมกริบที่สะบั้นลงไปบนต้นไม้แห่งเต๋าของเขา
“ไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดอะไร…..”
จัวหรูซุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าไม่แยแสว่า “ท่านผู้อาวุโสอยากจะหาอาจารย์อาเล็กของข้า เช่นนั้นก็ต้องไปชิงซานสิ