อารมณ์ในช่วงนี้ของปรมาจารย์สำนักเสวียนอินมีปัญหาเล็กน้อย ปลายจมูกแดงขึ้นเรื่อยๆ เส้นผมเองก็บางลงเรื่อยๆ เวลาที่นั่งเงียบก็ยาวนานขึ้น กระทั่งขาหมูและใบงาที่หมักเสร็จเรียบร้อยก็ยังมิอาจทำให้เขายิ้มได้
สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าในจดหมายของนักพรตฉบับนั้นจะแอบซ่อนความหมายลึกซึ้งหรือแผนการอะไรไว้ก็ล้วนแต่มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก หากจิ๋งจิ่วคาดเดาได้ว่าเขาเป็นใคร เช่นนั้นก็มีแต่ต้องลงมือ
หากสังหารจิ๋งจิ่ว เจ้าล่าเยวี่ยและหลิ่วสือซุ่ยทั้งสามคน กำลังของศิษย์รุ่นเยาว์ของชิงซานก็จะเสียหายไปมากกว่าครึ่ง ถือเป็นเรื่องดีต่อการฟื้นฟูวิถีอธรรมในอนาคตอย่างมาก แต่ตอนนี้จะทำอย่างไร?
หลายสิบวันผ่านไป ค่อยๆ เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ เจดีย์สีขาวถูกฝนตกใส่จนเปียก ป่าสนเขียวขึ้น อินซานไปยังสวนผักอีกครั้ง หลิ่วสือซุ่ยอยู่ที่นั่นพอดี
หลิ่วสือซุ่ยได้เอากระดาษที่เป็นรอยยับสองสามแผ่นส่งคืนให้เขา ก่อนกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อยว่า “คุณชายบอกว่า…มันค่อนข้างเป็นสมมติฐาน ไม่มีประโยชน์”
อินซานมิได้โกรธ เขายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนเขาจะศึกษาธรรมมาไม่น้อยเลยนะ ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยข้าไขปัญหาบางอย่างได้หรือ