หลิ่วสือซุ่ยจำเขาได้ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงเกิดความรู้สึกยินดีอย่างจริงใจขึ้นมาทันที เขาตะโกนว่า “คารวะไต้ซือ ไม่สิ ท่านผู้อาวุโส!”
ตอนนั้นเขามายังวัดกั่วเฉิงเพื่อเรียนรู้ธรรมะ แต่เขาไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์เลย จนกระทั่งได้รับคำชี้แนะจากอินซาน เขาถึงได้เข้าใจคัมภีร์นั้นและสะกดปราณก่อกำเนิดที่ขัดแย้งกันภายในร่างกายเอาไว้ได้ หลังอธิบายคัมภีร์เสร็จ อินซานก็หายไปจากชีวิตเขา ทำให้เขารู้สึกคิดถึงเป็นอย่างมาก วันนี้จู่ๆ ได้มาเจอกันอีกครั้ง เขาย่อมต้องรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เขาคิดว่าอินซานจะต้องเป็นสมณะสูงศักดิ์ของวัดกั่วเฉิงอย่างแน่นอน จึงตะโกนว่าไต้ซือออกไปทันที แต่เมื่อฉุกคิดว่าในเมื่ออีกฝ่ายต้องการดื่มสุรา เช่นนั้นตัวเองอาจจะคิดผิดก็เป็นได้ อีกฝ่ายอาจจะเป็นยอดคนที่คุณชายเชิญมา ดังนั้นเขาจึงรีบเปลี่ยนคำขานเรียกเป็นผู้อาวุโส
อินซานยิ้มเล็กน้อยเพื่อบอกเขาว่าไม่ต้องมากพิธี จากนั้นนั่งลงข้างโต๊ะ มองดูกับข้าวที่อยู่วางอยู่เต็มโต๊ะ พบว่าฝีมือของจิ้งจอกน้อยตัวนั้นพัฒนาขึ้นกว่าในอดีต จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วกล่าวว่า “กับข้าวนี้กินกับสุราได้”
ในเวลานี้เสี่ยวเหอยกกับข้าว