อม เหมือนดั่งฝักกระบี่ที่สามารถแบกรับทุกสิ่งเอาไว้ได้
หลิ่วฉือโบกมือเพื่อบอกให้หนานว่างออกไป
หนานว่างเลิกคิ้วเล็กน้อย กระบี่พิณวิจิตรขยับ เก็บเอาสายพิณกระบี่ทั้งหมดกลับมา จากนั้นหมุนตัวเดินออกไปพลางส่งเสียงเหอะออกมาที่หนึ่ง
เมื่อเห็นท่าทางที่นางเดินออกไปอย่างโมโห หลิ่วฉือจึงยิ้มอย่างเอ็นดู จากนั้นสังเกตเห็นว่าบนใบหน้าของจิ๋งจิ่วเองก็มีรอยยิ้มจางๆ อยู่เช่นกัน
หลิ่วฉือค่อนข้างตกใจ เพราะรอยยิ้มจางๆ เช่นนี้ สำหรับจิ๋งจิ่วแล้วถือว่าเป็นความเอ็นดูอย่างมากแล้ว
ดูแล้วเวลาเจ็ดสิบปีในคันฉ่องฟ้ากระจ่าง เหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง
หลิ่วฉือสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อย เจตน์กระบี่ของกระบี่แบกสวรรค์แผ่กระจายออกมา กลายเป็นข่ายพลังที่ไร้รูปร่างปกคลุมเรือนลอกคาบเอาไว้
ต่อให้กิเลนของเขาอวิ๋นเมิ่งแอบเข้ามาใกล้ ก็ไม่มีทางได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับจิ๋งจิ่วหลังจากนี้
“ยันเซียนวัฒนะมิใช่ยันต์รอง หากเป็นยันต์หลัก”
ไม่มีการเกริ่นนำและไม่มีการทักทาย จิ๋งจิ่วกล่าวออกมาตรงๆ
หลิ่วฉือกล่าวว่า “ในอดีตท่านบรรพจารย์ไป๋ได้ทิ้งยันต์รองและยันต์หลักเอาไว้อย่างละสามแผ่น ภายหลังตอนที่สะกดจักรพรรดิ์แห่งหมิงได้ใช้ยันต์หลักไปหนึ่งแ