นลึกของเขาอวิ๋นเมิ่ง
……
……
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่าหลิ่วฉือและจัวหรูซุ่ยนั้นช่างคล้ายคลึงกันจริงๆ
เขาย่อมไม่สนใจคนเหล่านั้น หากแต่กล่าวกับหนานว่างว่า “ที่ข้ายืนกราน ข้าย่อมต้องมีเหตุผลของข้า”
หนานว่างกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ถึงแม้ข้อเสนอของเจ้าจะเหลวไหลถึงเพียงนี้อย่างนั้นหรือ?”
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เหมือนกับที่เซ่อเซ่อคิดเอาไว้ เรื่องที่จิ๋งจิ่วและหนานว่างคุยกันมิใช่เรื่องที่จะมอบยันต์เซียนให้แก่สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
เป็นเพราะเหลียนซานเยวี่ย หนานว่างจึงไม่ชื่นชอบสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมาโดยตลอด แต่มิได้หมายความว่าจะไม่สนใจเรื่องแบบนี้
หากเป็นไปได้ จิ๋งจิ่วไม่มีทางที่จะมาพูดคุยกับหนานว่างแน่นอน แล้วก็ยิ่งไม่มีทางที่จะเข้าใกล้นาง แต่เรื่องนี้มันค่อนข้างยุ่งยาก เขาจำเป็นต้องรีบพบหลิ่วฉือให้เร็วที่สุด
“ถูกต้อง” เขากล่าว
หนานว่างมองเขาอย่างเย็นยะเยือก ไม่ได้พูดอะไรอีก
ในท้องฟ้าที่อยู่ด้านหลังนางมีสายพิณเล็กๆ หลายสิบสายปรากฏขึ้นมา กระบี่พิณวิจิตรแหวกอากาศพุ่งออกไป ไม่รู้ไปยังที่ใด
ภาพเหตุการณ์นี้ได้ดึงความสนใจจากหลายๆ คนเอาไว้
หนานว่างกล่าวกับฟางจิ่งเทียนว่า “ข้ากับจิ๋งจิ่วจะไปก่อน”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้