ยนมีปัญหาอย่างนั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
หนานว่างนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เจ้าสำนักให้หลิ่วสือซุ่ยปลอมเป็นศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินเข้าร่วมการประลอง แล้วยังมาบัญชาการด้วยตัวเองอีก นี่ก็คงเป็นเพราะเห็นว่าเจ้าจะเอาชนะได้ใช่ไหม?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืมอีกครั้ง
หนานว่างมองดูทิวทัศน์ด้านนอกหน้าผา คล้ายกำลังคิดอะไรอยู่
จิ๋งจิ่วกล่าวถาม “ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก?”
ที่เขาถามก็คือเจ้าสำนักชิงซานหลิ่วฉือ
หนานว่างกล่าวว่า “เจ้าไม่ทำตามกฎ ย่อมต้องมีคนไม่ยอมรับเรื่องที่เจ้าเอายันต์เซียนมาได้ เจ้าสำนักกำลังจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เจ้าอยู่ ไหนเลยจะกลับมาเร็วขนาดนั้นได้”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หากข้าคิดไม่ผิด เขาจะกลับมาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้”
หนานว่างกล่าวว่า “ปัญหาของยันต์เซียน เจ้าจะยอมพูดแต่กับเจ้าสำนักจริงๆ หรือ? กระทั่งข้าก็ไม่เชื่อใจ?”
นางรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ เมื่อคิดว่าตนเองเป็นถึงเจ้าแห่งยอดเขาชิงหรง แต่กลับต้องมานั่งเฝ้าศิษย์หนุ่มแบบนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกโมโหขึ้นมา
จิ๋งจิ่วมองดูแผ่นหลังของนาง รู้ว่านางกำลังโกรธอยู่
เขาคิดถึงก้อนหินก้อนใหญ่บนยอดเขาชิงหรงเมื่อหลายปีก่อนก้อนนั้น กับหญิงสาวดื้อรั้นที่นั่งดื่มสุราอยู่