มันจะเกินไปหน่อยแล้ว!”
เซ่อเซ่อแสร้งทำเป็นกล่าวอย่างโมโหว่า “จำไว้นะ ศิษย์พี่่ท่านนี้มีชื่อว่าเจินเถา มิใช่เจี่ยเถา”
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่านางกำลังหาทางลงให้แก่ตัวเองเพื่อไม่ให้ตนเองต้องขายหน้า ในใจครุ่นคิดว่าหรือตนเองจะทำเกินไปจริงๆ อย่างนั้นควรจะชดเชยอะไรให้หรือเปล่า?
เขามองดูดวงตาของศิษย์สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย ก่อนกล่าวอย่างจริงจังว่า “ชื่อไพเราะมาก”
เจินเถารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว ยิ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
จิ๋งจิ่วเดิมไม่คิดที่จะสนทนาอยู่แล้ว เขากล่าวต่อไปว่า “ข้าเข้าร่วมการแสวงมรรคาในนามของศิษย์สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย ยันต์เซียนที่ได้มาย่อมต้องเป็นของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย แต่ตอนนี้ข้ายังให้พวกเจ้าไม่ได้ ต้องรออีกสักระยะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เจินเถาค่อนข้างตกใจ ในใจคิดว่าหรือเจ้าจะเอายันต์เซียนคืนให้แก่สำนักแม่ชีจริงๆ?”
คนที่ตกใจมิได้มีเพียงนาง หากแต่เป็นทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
ไม่มีใครคิดว่าจิ๋งจิ่วกำลังหาข้ออ้างเพื่อบอกปัด เพราะนี่มิใช่นิสัยของสำนักชิงซาน ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เขาไม่ให้ สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เช่นกัน
แต่ว่า….ยันต์เซียนที่ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะได้มา หรือจะให้มอบคนอื่นไปแบบน