ยิ่งแข็งกร้าวขึ้นทุกวัน แม้จะไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่ความรู้สึกไม่พอใจกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ตกเย็นวันหนึ่ง มหาบัณฑิตตรวจรายงานเสร็จเรียบร้อย รู้สึกตาลายเล็กน้อย จึงลุกขึ้นเดินไปริมหน้าต่าง มองดูดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อยๆ คล้อยตกลง พลันเกิดความรู้แจ้งอย่างหนึ่งขึ้นมา
ฮ่องเต้แคว้นฉินองค์ก่อนตายไปยี่สิบปีแล้ว ฮ่องเต้แคว้นฉินที่มาจากเมืองเป๋ยไห่คนนั้นก็ตายไปสิบปีแล้ว ฮ่องเต้หนุ่มของแคว้นจ้าวคนนั้นก็ตายไปห้าปีแล้ว
มหาบัณฑิตเข้าไปในวัง
ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งเมืองหลวง ก่อนจะแพร่กระจายไปยังแคว้นจ้าวและแคว้นฉิน
เหล่าขันทีและนางกำลังคุกเข่าอยู่ไม่ไกลจากตำหนัก มองดูภาพที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกมือไม้ปั่นป่วนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรทำอะไร
ประตูวังที่ปิดสนิทมีรอยขีดข่วนเหมือนภาพวาด กุญแจขึ้นสนิม บนขอบและมุมกำแพงเต็มไปด้วยร่องรอยที่มิได้รับการซ่อมแซมมาเป็นเวลานาน
มหาบัณฑิตจางมองดูตำหนักที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายปีแห่งนี้ ภายในใจเกิดความรู้สึกสับสนขึ้นมาเป็นอย่างมาก เขาจัดเสื้อผ้า ค่อยๆ หมอบคารวะ
“กระหม่อมขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงที่เย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังออกมาจากในตำหนัก “ข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่าถ้าไม่มีธุระ ห้ามมารบกวนข้า”
สำหรับขันทีและนางกำนัลหลายๆคนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเสียงของฝ่าบาท สีหน้าดูค่อนข้างสับสน
มหาบัณฑิตจางกล่าวว่า “กระหม่อมมีธุระพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงที่เยื