่อยๆ นั่งลงไปบนพื้นหิมะ ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดหยดเลือดบนใบหน้า จากนั้นหลับตาลง จากไปทั้งแบบนี้
พายุหิมะหายไป ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
จัวหรูซุ่ยห้ามเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลตรงแขนที่ขาดออกของตัวเอง ก่อนจะหมุนรถเข็นคันนั้นกลับมา
ถงเหยียนใบหน้าขาวซีด ลมหายใจกระชั้น คิ้วที่ดกดำเลิกขึ้นไปสูง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสัยอย่างมาก เขากล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “เจ้ากลัวว่าข้าจะเดาอะไรออกกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าเดาออกแล้ว แต่ข้าไม่มีทางยอมรับ ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไรอีก ตายไปเสียเถอะ”
ในดวงตาของถงเหยียนมีความรู้สึกเสียดาย จากนั้นหัวเราะขึ้นมา ศีรษะเอียงลง ลมหายใจหยุดลง
หลิ่วสือซุ่ยลุกขึ้นมานั่งจากในซากศาลาอย่างยากลำบาก หอบหายใจพลางกล่าวว่า “เจ็บนิดหน่อย”
รูตรงหน้าอกเขามีขนาดใหญ่อย่างมาก ดูน่าหวาดกลัว พอจะจินตนาการออกเลยว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน
สภาวะของมั่วกงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก หากมิเป็นเพราะกระบี่ของอีกฝ่ายถูกเขาเอาตัวเข้าแลกเพื่อผนึกเอาไว้ กระบี่เซียนแห่งยมโลกก็ยากที่จะสังหารเขาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ต้องฝืนแล้ว ไปเถอะ”
เขาคือฮ่องเต้แคว้นฉิน แต่การที่เขาสังหารรัฐทายาทของจิ้งอ๋องที่เดินทางมาตามพระราชโองการเช่นนี้ หลังจากนี้จะต้องเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างมากแน่นอน
หลิ่วสือซุ่ยซึ่งเป็นองครักษ์ส่วนตัวของเขา สุดท้ายก็ยังต้องตายไป
หลิ่วสือซุ่ยชักกระบี่ขึ้นมาวางพาดลำคอ ในขณะที่เตรียมจะ