าวว่า “ฝ่าบาท…ไยพระองค์ทรงต้องทำเช่นนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “รัฐทายาทของจิ้งอ๋องคาดเดาความคิดบางอย่างของข้าได้ ดังนั้นเขาต้องตาย”
มหาบัณฑิตกล่าวอย่างเจ็บปวดว่า “เรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไป จิ้งอ๋องถ้าไม่ไปสภามิภักดิ์แคว้นจ้าวก็ไปสวามิภักดิ์แคว้นฉิน หรือไม่ก็ก่อกบฏเสียเอง แคว้นฉู่ยากที่จะรวมแผ่นดินได้อีก หรือฝ่าบาทไม่สนพระทัยพ่ะย่ะค่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เหล่าบัณฑิตและราษฎรที่โหวกเหวกโวยวายอยู่ด้านนอกวังเหล่านั้น เจ้าก็น่าจะรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ การที่หลีกหนีสงครามเพราะหวาดกลัวสงครามนั้นมิใช่เรื่องผิด แต่ถ้าคิดจะรวมแผ่นดิน อาศัยเพียงคนแคว้นฉู่นั้นไม่ได้”
แคว้นฉู่สงบสุขมาเป็นเวลานาน ประชาชนอ่อนโยน เพียงแต่คิดจะอยู่อย่างสงบสุข หลีกเลี่ยงความทุกข์ยาก หลีกเลี่ยงที่จะระเหเร่ร่อน หลีกเลี่ยงการที่ไม่มีหลักพักพิง
ประชาชนแบบนี้ เหมาะที่จะเป็นเพียงราษฎร แต่ไม่เหมาะที่จะทำเรื่องอื่น
“ขอเพียงมีเวลามากพอ เรื่องเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้พ่ะย่ะค่ะ”
มหาบัณฑิตมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวอย่างจริงใจว่า “ถึงแม้กระหม่อมจะแก่แล้ว แต่ฝ่าบาทยังทรงอ่อนเยาว์นะพ่ะย่ะค่ะ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าทำได้เพียงเปลี่ยนแปลงบางคนที่อยู่ข้างกาย แต่ไม่สามารถและไม่คิดที่จะเปลี่ยนทุกคนบนโลก เพราะทำแบบนั้นมันเหนื่อยเกินไป แล้วก็ยุ่งยากวุ่นวาย”
……
……
การลอบสังหารภายในวัง ภายในเมืองหลวงเกิดความวุ่นวาย เรื่องวุ่นวายหลายๆ