ขมขื่นเล็กน้อยว่า “ฝ่าบาทรงมีรับสั่งให้รัฐทายาทจิ้งอ๋องเข้าเมืองหลวง สถานการณ์ภายในราชสำนักพลันไม่แน่นอน ความคิดของประชาชนปั่นป่วนวุ่นวาย โอกาสดีๆ แบบนี้จะพลาดไปได้อย่างไรขอรับ?”
คำพูดประโยคนี้มิได้อธิบายอะไร แต่ความหมายกลับชัดเจนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าฮ่องเต้ทรงต้องการสังหารรัฐทายาทจิ้งอ๋อง หรือว่ารัฐทายาทจิ้งอ๋องคิดจะสังหารฮ่องเต้ ราชสำนักก็สามารถฉวยโอกาสจากความวุ่นวายนี้ทำอะไรได้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นหลังเสร็จเรื่องราวแล้วไม่จำเป็นต้องรับโทษใดๆ ด้วย ไม่ว่าดูอย่างไรก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของมหาบัณฑิต เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบ
กระทั่งหัวหน้าทหารหลวงก็ยังหวั่นไหว เขามองดูมหาบัณฑิต รอคอยการตัดสินใจสุดท้ายของเขาอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นมหาบัณฑิตยังคงนิ่งเงียบ ขุนนางผู้นั้นเกิดความหวังขึ้นมาเล็กน้อย เขากล่าวโน้มน้าวต่ออีกว่า “ต่อให้ฝ่าบาททรงเตรียมการอะไรเอาไว้จริงๆ แต่มั่วกงก็อยู่ในวัง ขอเพียงเขาลงมือ…ไม่ว่าเรื่องอะไรก็สามารถคลี่คลายได้มิใช่หรือขอรับ?”
“ชีวิตนี้ของพี่มั่วทำเพื่อความยุติธรรม เขาจะมาลงมือเพื่อความเห็นแก่ตัวของพวกเราได้อย่างไร?”
มหาบัณฑิตจางลุกขึ้นเดินไปริมหน้าต่าง มองออกไปยังส่วนลึกของวังที่มองไม่เห็น คิดถึงสหายที่รู้จักกันมาหลายสิบปีผู้นั้น ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ด้วยสติปัญญาและความสามารถของรัฐทายาทของจิ้งอ๋อง ในเมื่อสามารถพามั่วกงเข้ามาในวังได้ เขาก็ย่อมสามาร