่งจิ่วกล่าวว่า “ไม่อาจควบคุมได้ก็ต้องลองฆ่า คนเจ็ดกลุ่มที่เจ้าส่งเข้ามาในช่วงหลายปีนี้ช่างน่ารำคาญจริงๆ”
หลังอายุสิบห้า เขาก็ไม่เคยกินอาหารอีก ส่วนเรื่องที่ว่าเขาปิดบังขันทีและนางกำนัลเหล่านั้นได้อย่างไร นั่นย่อมเป็นเพราะมีหลิ่วสือซุ่ยคอยจัดการ
ยิ่งไปกว่านั้นเขาอยู่ในวัง ไม่เคยก้าวออกจากประตูวังแม้แต่ก้าวเดียว การจะสังหารเขานั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากจริงๆ
แต่ถงเหยียนไม่ได้ล้มเลิกความพยายาม เพียงแต่ไม่สำเร็จ
เขามองไปทางองครักษ์ที่อยู่นอกศาลาคนนั้นอีกครั้ง กล่าวว่า “ข้าคิดไม่ถึงว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ อีกทั้งยังมีความอดทนขนาดนี้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เมื่อรู้ว่าเจ้าจะทำอะไร การจะรับมือก็ย่อมไม่ยาก”
ถงเหยียนกล่าว “ปัญหาก็คือเจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นเป็นคนที่ข้าส่งมา? ทำไมถึงไม่ใช่มหาบัณฑิตจาง? ความเชื่อใจที่เจ้ามีต่อเขามาจากไหนกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่เกี่ยวกับความเชื่อใจ เพียงแต่ถ้าเขาอยากจะฆ่าข้า เขาจะต้องรวบรวมกองทัพบุกเข้ามาโจมตีอย่างแน่นอน ไม่มีทางใช้มือสังหารมาลอบสังหารแบบนั้นแน่”
ถงเหยียนกล่าว “เจ้าชื่นชมเขาอย่างมาก”
ถงเหยียนกล่าว “เขาช่วยข้าจัดการเรื่องราวไปมากมาย”
ถงเหยียนกล่าวถามว่า “เช่นนั้นทำไมถึงเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นไม่ได้? อย่างเช่นไป๋เชียนจวิน อย่างเช่นเหอจาน?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าเป็นฮ่องเต้ปัญญาอ่อน สำหรับพวกเขาแล้วไม่มีอะไรน่ากลัว”
ถงเหยียนกล่าวว่า “ไม่มีใครคิด