เขาจึงสังหารคนไปสองสามคน แล้วก็ช่วยคนมาสองสามคน ความรู้สึกเช่นนั้นมันค่อนข้างคุ้นเคย ทำให้มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
เมื่อกลับมายังเมืองหลวงแคว้นฉู่ เขาพลันรู้สึกว่าเมืองนี้ดูแปลกหน้า เมื่อเข้าไปในวัง เขายิ่งรู้สึกว่าไม่เคยเห็นสิ่งก่อสร้างเหล่านี้มาก่อน กลับเป็นกำแพงสีแดงและกระเบื้องสีเหลืองเหล่านั้นที่ดูคุ้นตา
เมื่อเดินเข้าไปในตำหนัก มาถึงข้างหน้าต่าง มองดูจิ๋งจิ่วที่เอนกายอยู่บนเตียง เขาอ้าปาก คิดอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
จิ๋งจิ่วมองเขา “พูด”
หลิ่วสือซุ่ยเกาศีรษะ กล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าความจำของข้าเหมือนจะแย่ลงเรื่อยๆ”
จิ๋งจิ่วกล่าวถามว่า “แย่ลงเร็วแค่ไหน?”
หลิ่วสือซุ่ยลืมตาโต มองเขาพลางกล่าว “ท่านคือใคร?”
จิ๋งจิ่วยิ้มขึ้นมา มองดูดวงตาของเขาพลางกล่าวถามว่า “เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร?”
หลิ่วสือซุ่ยคิดอย่างจริงจังเป็นเวลาครู่ใหญ่ ก่อนส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า “….นึกไม่ออกจริงๆ เพียงจำได้ลางๆ ว่าท่านดีต่อข้ามาก และข้าต้องปกป้องท่าน”
เขาเฉลียวฉลาด ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เรียบง่ายอย่างมาก ไม่ได้มีการระมัดระวังใดๆ ต่อดินแดนแห่งความฝันเลย แล้วก็ไม่ได้มีการป้องกันด้วย
ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับผลกระทบ เป็นเพราะในใจเขาคิดถึงเรื่องเรื่องหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เขาจำเอาไว้เสมอว่าต้องมาหาจิ๋งจิ่ว
ตอนนี้เขาหาจิ๋งจิ่วพบแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลใจอีก อีกทั้งยังถูกทิวทัศน์นอกวังค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับโลกน