ณาจักร นั่นจะไม่สะดวกกว่าหรือ?”
จัวหรูซุ่ยกล่าวว่า “ภายหลังข้าพบว่าเชวี่ยเหนียงมาเกิดเป็นผู้ชาย อย่างนั้นไป๋เจ่าก็ย่อมมาเกิดเป็นผู้ชายได้เช่นกัน ข้าจึงยิ่งไม่ค่อยมั่นใจ”
ถงเหยียนกล่าวว่า “ดังนั้นเจ้าจึงตัดสินใจฆ่าคนที่รู้ตัวตนแน่ชัดก่อน”
จัวหรูซุ่ยกล่าว “พวกเจ้าไม่กลัวคนอื่นรู้ตัวตน เป็นเพราะพวกเจ้าเกิดอยู่ในวัง หรือไม่ก็มีกองทัพคอยคุ้มครอง จึงฆ่าได้ลำบาก แต่เมื่อเทียบกับอาจารย์อาที่อยู่ในวังกับไป๋เชียนจวินแล้ว ยังคงเป็นเจ้าที่ฆ่าได้ง่ายมากกว่า”
ถงเหยียนกล่าวเตือน “เจ้าหลุดปากแล้ว”
จัวหรูซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะมองไปยังนกชิงเหนี่ยวที่อยู่บนกิ่งไม้ตัวนั้นพลางกล่าวว่า “อาจารย์ สังหารอาจารย์อานั้นเป็นเรื่องสุดท้ายที่ข้าจะทำ ท่านอย่าเข้าใจผิด”
ถงเหยียนกล่าว “ในเมื่อจะสังหารข้านั้นเป็นเรื่องง่าย เหตุใดจนถึงตอนนี้เจ้ายังไม่ลงมือ?”
ผู้แสวงมรรคาเป็นผู้ที่โดดเดี่ยวที่สุดบนโลกนี้ ในเมื่อได้พบกันแล้ว พูดคุยสักหลายประโยคย่อมเป็นเรื่องปกติ
แต่ในขณะเดียวกับที่ถงเหยียนและจัวหรูซุ่ยสนทนากัน พวกเขาก็คอยสังเกตกันและกัน
ด้วยการสังเกตเหล่านี้ จัวหรูซุ่ยมั่นใจว่าถงเหยียนนั้นพิการมาแต่กำเนิด สภาวะไม่อาจเทียบเท่าตน แต่ว่า….อีกฝ่ายเตรียมการเอาไว้ดีกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้
เรือที่ล่องไปมาบนทะเลสาบนั้นเป็นของจริง หญิงสาวที่อยู่บนเรือก็เป็นของจริง แต่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเป็นของปลอม ภายในเรือเองก็มีหน้าไม้อ