ดดำผู้นั้นกลับหาตัวเซี่ยงหว่านซูพบ แสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้มิใช่แค่รอให้ข่าวกรองจากทางเขาหลุดออกไป หากแต่ยังมีแหล่งข้อมูลจากที่อื่นด้วย
“เจ้าจงใจออกมาจากเรือนก็น่าจะเพื่อรอให้ข้ามาฆ่าเจ้า แต่เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะโผล่ออกมาจากในน้ำแล้วทำให้เจ้าตกใจหรือ?”
ท่ามกลางหิมะพลันมีเสียงที่ฟังดูเนือยๆ ดังขึ้นมา
เหล่าทหารยามของเรือนอ๋องพากันชักอาวุธออกมา สีหน้าขึงขัง เหมือนว่ามีศัตรูจำนวนมากบุกเข้ามา
ในช่วงสองสามปีมานี้มีคนชุกดำผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาบนโลก สภาวะสูงส่ง ความสามารถในการต่อสู้น่าตกตะลึง เที่ยวท้าสู้กับยอดฝีมือไปทั่ว สังหารคนไม่เลือก ยิ่งไปกว่านั้นได้ยินว่ามีความแค้นกับทางเรือนอ๋องด้วย
เหล่าทหารยามของเรือนอ๋องคอยป้องกันคนผู้นี้อยู่ตลอดเวลา ใครจะไปคิดบ้างว่ายังปล่อยให้อีกฝ่ายจะเข้ามาใกล้อย่างไร้ซุ่มเสียงแบบนี้ได้
ถงเหยียนกล่าวโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนว่า “เจ้าไม่เคยแอบลอบสังหาร ทุกครั้งล้วนแต่เป็นการสู้ซึ่งๆ หน้า ข้ายังมีอะไรให้กลัวอีก?”
“เจ้าเป็นรัฐทายาทของจิ้งอ๋อง ไม่เหมือนเจ้าพวกที่น่าสงสารพวกนั้น หากข้าจะฆ่าเจ้า ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรมากขนาดนั้น”
คนที่สวมหมวกลี่เม่าผู้นั้นเดินออกมาจากในพายุหิมะ ร่างกายแผ่กลิ่นอายเกียจคร้าน แต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันรุนแรง คล้ายกับกระบี่ที่อยู่ในฝัก
ถงเหยียนมองดูคนผู้นั้นพลางกล่าว “ข้าเคยคิดว่าเจ้าคือจิ๋งจิ่ว วันนี้ดูแล้วเจ้าก็ค่อนข้างคล้ายเขาอยู่ทีเดียว