ถ้าหากให้ประชาชนแคว้นฉู่และเหล่านางที่อยู่ในราชสำนักได้เห็นภาพนี้แล้วล่ะก็ พวกเขาจะต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกแน่นอน
การคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้นั้นเป็นเรื่องที่สมควร ต่อให้เป็นฮ่องเต้ที่เลอะเลือนก็ตาม แต่นี่คือมหาบัณฑิตจางเลยนะ!
หลิ่วสือซุ่ยย่อมต้องรู้ว่าผู้บงการแผนการลอบสังหารครั้งนี้คือใคร แล้วก็รู้ว่ามหาบัณฑิตผู้นี้มีสถานะเป็นอย่างไรในแคว้นฉู่ แต่เขากลับรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องปกติ
เขากล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “ฆ่าไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
มหาบัณฑิตจางสีหน้าไม่เปลี่ยน คล้ายมิได้ยินประโยคนี้ แล้วก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหนี
เขาเข้ามาในตำหนักเพียงคนเดียว นี่เป็นการแสดงให้เห็นเจตนาของเขาแล้ว
“อย่าเหลวไหล”
จิ๋งจิ่วโบกมือ บอกให้มหาบัณฑิตลุกขึ้น
มหาบัณฑิตจางกล่าวว่า “ฝ่าบาท นี่ไม่ใช่ฝีมือกระหม่อม”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ารู้”
มหาบัณฑิตจางนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ฝ่าบาท หากพระองค์ทรงต้องการว่าราชการด้วยตัวพระองค์เอง กระหม่อมสามารถ….”
“ไม่ต้องการ”
จิ๋งจิ่วไม่รอให้เขาพูดจบ กล่าวว่า “ถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น หลังจากนี้เจ้าไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วกัน”
……
……
มหาบัณฑิตจางออกจากวังไปจัดการเรื่องเหล่านี้ แล้วก็ไม่ลืมที่จะหาตัวขันทีและนางกำนัลเหล่านั้นกลับมา เพราะถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ต้องมีคนคอยรับใช้
ประตูตำหนักถูกปิดลง ทหารหลวงคอยคุ้มกันอยู่ด้านนอกอย่างแน่นหนา อย่าว่าแต่มือสังหารเลย กระทั่งแมลงวันที่ได้กลิ่นคาวเลือดก็ยังไ