น้าต่าง ลอดทะลุเข้ามา ส่องสว่างไปบนพื้นตำหนักที่เต็มไปด้วยรอยแกะสลัก สะท้อนแสงที่ดูเหมือนคลื่นน้ำออกมา
ดวงอาทิตย์ยามเช้าลอยสูงขึ้น
จิ๋งจิ่วลืมตา ในใจเกิดคำถามเดียวกับขุนนางหลายๆ คน ‘ทำไมถึงยังไม่มาล่ะ?”
สำหรับเขาแล้ว วังหลวงถือเป็นสถานที่ในการบำเพ็ญเพียรที่ดีอย่างมาก มิได้ต่างอะไรกับชิงซานเลย เขาไม่อยากออกไปไหน แต่ตอนนี้ดูแล้วเหมือนปัญหาจะมีแต่เยอะขึ้นตามอายุ เขาเองก็ได้ทำการเตรียมตัวที่จะจากไปแล้ว
เค้าได้ตรวจสอบดูตำแหน่งของภูเขาลูกนั้นแล้ว เตรียมจะแสร้งทำเป็นตายแล้วปิดบังชื่อแซ่ไปเป็นคนป่าอยู่ในภูเขาลูกนั้น ใครจะคิดบ้างว่ามือสังหารกลับไม่ยอมปรากฏตัวขึ้นเสียที
ด้านนอกตำหนักพลันมีเสียงทึบๆ ดังขึ้น จากนั้นเป็นเสียงฝีเท้า เสียงตะโกน เสียงเสียดสีกันของอาวุธ ยิ่งไปกว่านั้นยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เหตุใดการลอบสังหารที่เงียบเชียบกลับกลายเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดขนาดนี้ได้? จิ๋งจิ่วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงลุกขึ้นเดินออกไปนอกตำหนัก
ประตูตำหนักถูกผลักออก แสงแดดแยงตาเล็กน้อย เขาหรี่ดวงตา
ประตูวังครึ่งหนึ่งถูกบังเอาไว้ ศพของมือสังหารสามสี่คนถูกกองอยู่ตรงนั้น
แต่จำนวนของศพที่อยู่ตรงกำแพงวังมีมากกว่า นอกจากมือสังหารที่สวมเสื้อผ้าธรรมดาแล้ว ยังมีองครักษ์อีกสิบกว่าคนด้วย โลหิตเจิ่งนอง ส่งกลิ่นคาวจางๆ
ท่ามกลางโลหิตและซากศพที่กองเต็มพื้น มีเด็กหนุ่มตัวผอมดำยืนอยู่คนหนึ่ง
เด็กหนุ่มได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ร่าง