เองเพิ่งจะตายลงไป
จิ๋งจิ่วไม่ได้สนใจเขา หากแต่พาเด็กหนุ่มตัวผอมดำผู้นั้นกลับเข้ามาในตำหนัก
หัวหน้าทหารหลวงใบหน้าขาวซีด สั่งให้ลูกน้องเก็บกวาดซากศพออกไป ใช้น้ำสะอาดล้างพื้น จากนั้นค่อยๆ ปิดประตูวัง
จิ๋งจิ่วไล่ขันทีและนางกำนัลออกไปจากตำหนักจนหมดตั้งแต่ช่วงรุ่งสาง ภายในตำหนักจึงไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว ดูค่อนข้างวังเวง
จิ๋งจิ่วหายารักษาอาการบาดเจ็บมาจากที่พักของเหล่านางกำนัลที่อยู่ด้านหลังตำหนัก ก่อนจะยื่นให้เด็กหนุ่มตัวผอมดำผู้นั้น แล้วส่งสายตาบอกให้เขานั่งลงตามสบาย
เด็กหนุ่มร่างผอมดำน่าจะเป็นศิษย์ของสำนักอู๋เอินเหมินผู้นั้น เพียงแต่ในตอนที่เข้ามายังดินแดนแห่งความฝันได้เปลี่ยนหน้าตาจนดูไม่คล้ายเดิม
ทว่าจิ๋งจิ่วกลับคุ้นเคยกับใบหน้านี้มากกว่า โดยเฉพาะความตรงไปตรงมาและความดื้อรั้นที่อยู่ระหว่างคิ้วและดวงตาที่ยากจะลืมได้
เด็กหนุ่มร่างผอมดำถอดเสื้อคลุมด้านนอกที่ถูกกระบี่ตัดจนเป็นริ้วออก แล้วเริ่มทำแผลให้ตัวเอง ระหว่างที่ทำการรักษาบาดแผลก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
จิ๋งจิ่วมองไปด้านนอกหน้าต่าง สบสายตากับนกชิงเหนี่ยวตัวนั้น
นกชิงเหนี่ยวบินจากไปอย่างไร้ซุ่มเสียง อาจจะไปยังวังแคว้นจ้าว แล้วก็อาจจะไปยังเรือนเจ้าเมืองที่เมืองเป๋ยไห่ ไม่ว่าหนทางจากไกลแค่ไหน สำหรับมันแล้วก็ใช้เวลาแค่ชั่วพริบตา
จิ๋งจิ่วกล่าวถามว่า “ทำไมเจ้าถึงเดินทางจากวัดกั่วเฉิงไปยังเขาว่านโซ่ว? ต่อให้ออกมาแล้วก็ควรจะไปยังเรือนอี้เหมาม