ิใช่หรือ? ฉานจึเขียนจดหมายให้แล้วไม่ใช่หรือ?”
ถามคำถามติดต่อกันสามคำถาม สำหรับคนที่มีนิสัยเย็นชาอย่างเขาแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อยมาก
นอกจากนี้คำถามสามคำถามนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความจริงที่น่าตกตะลึงอีกอย่างหนึ่ง ที่แท้เด็กหนุ่มร่างผอมดำผู้นี้ก็คือหลิ่วสือซุ่ย
หลิ่วสือซุ่ยบำเพ็ญเพียรอยู่ที่วัดกั่วเฉิง เหตุใดถึงมาเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาในฐานะศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินได้?
“ท่านเจ้าสำนักเดาได้ว่าคุณชายจะมาเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคา จึงให้ข้ามาช่วยท่านในฐานะศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินขอรับ”
เมื่อเรื่องราวเกี่ยวข้องกับเรือนอี้เหมา หลิ่วสือซุ่ยลังเลเล็กน้อยมิได้พูดให้ชัดเจน เพียงแค่พูดถึงเหตุผลที่ตัวเองมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่เท่านั้น
สำหรับตัวเขาที่มองจิ๋งจิ่วเป็นเหมือนอาจารย์และเหมือนบิดาแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อยมาก
จิ๋งจิ่วเข้าใจความคิดของหลิ่วฉือ
ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักชิงซาน หลิ่วฉือยอมต้องรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยนั้นออกไปจากคุกกระบี่ของยอดเขาซั่งเต๋อนานแล้ว แล้วยังรู้ด้วยว่าหลิ่วสือซุ่ยไปอยู่ที่วัดกั่วเฉิง
จิ๋งจิ่วไม่เคยคิดที่จะปิดบังหลิ่วฉือมาก่อน อีกทั้งด้วยสภาวะของเขาในตอนนี้ก็ยากที่จะปิดบังได้ด้วย
หลิ่วฉืออยากจะช่วยจิ๋งจิ่วชิงเอายันต์เซียนวัฒนะมาจากมือของสำนักจงโจว จึงได้เตรียมผู้ช่วยเอาไว้ให้เขา
จัวหรูซุ่ยสะดุดตามากเกินไป ดังนั้นเขาจึงคิดถึงหลิ่วสือซุ่ยที่อยู่วัดกั่วเฉิง