รูปร่างของคนชุดดำผู้นั้นค่อนข้างเตี้ย ใบหน้าพันไว้ด้วยผ้าสีดำ ก้มศีรษะมองไม่เห็นดวงตา
เจียงรุ่ยรู้สึกได้ถึงอันตราย จึงหรี่ดวงตาพลางกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าจะเริ่มฆ่ากันเองเร็วขนาดนี้”
คนชุดดำกล่าวอย่างเนือยๆ ว่า “หรือไม่ควรจะสงสัยก่อนว่าข้าหาเจ้าเจอได้อย่างไร จากนั้นค่อยมาถอดถอนใจเช่นนี้? โง่เขลาขนาดนี้ ตายไปก็สมควร”
เจียงรุ่ยคิดถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมา กลับรู้สึกโล่งใจ ยิ้มเล็กน้อยมิกล่าวอะไร
ที่นี่ไม่มีสำนัก ไม่มียาวิเศษ ไม่มีอาจารย์ พรสวรรค์ข้าเหนือกว่าพวกเจ้า หรือว่าจะยังสู้พวกเจ้าไม่ได้?
นี่คือสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจมาโดยตลอด หรือพูดอีกอย่างก็คือเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักทุกคนต่างคิดอยู่ในใจ ยกเว้นก็แต่เพียงเหอจาน ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักที่แข็งแกร่งเหล่านั้นต่างคิดว่า ขนาดตนเองฝึกวิชาด้วยตัวเองก็ยังมีสภาวะใกล้เคียงกับศิษย์สำนักใหญ่เหล่านั้น หากตนเองมีอาจารย์คอยชี้แนะ ได้กินยาวิเศษที่ล้ำค่ามากมายขนาดนั้น พวกเจ้ายังจะเทียบข้าได้หรือ?
อย่างน้อยดินแดนแห่งความฝันอวิ๋นเมิ่งก็ได้ลบความแตกต่างตรงนี้ไป
ดังนั้นเจียงรุ่ยจึงมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับจิ๋งจิ่วหรือว่าไป๋เชียนจวินหรือว่าถงเหยียน พวกเขาก็ล้วนแต่ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของตนได้
คนชุดดำหาวขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นไอโง่จริงๆ ด้วย ทำไมเจ้าไม่ลองคิดดูหน่อยล่ะว่าหากพรสวรรค์ของเจ้าดีเหมือนอย่างเหอจานจริง