วหรูซุ่ยมองดูตั๊กแตนตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนหลังเท้า พลันกล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่ง
จิ๋งจิ่วเหมือนไม่ได้ยิน ปลดกระบี่เหล็กลงมาจากด้านหลัง แกะผ้าที่หุ้มกระบี่ออก
จัวหรูซุ่ยยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมา แต่กลับคล้ายมองเห็นกระบี่เหล็กของเขาแล้ว จากนั้นกล่าวว่า “กระบี่ของท่านก็ไม่ไหวเช่นกัน”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “นี่แสดงให้เห็นว่าสายตาของเจ้าไม่ไหว”
……
……
ไม่มีเสียงตะโกนบอกให้เริ่ม ไม่มีการนับถอยหลัง พริบตาที่ผ้าพันกระบี่ตกลงไปบนพื้น นั่นก็คือการเริ่มต้น
ด้านหน้าจิ๋งจิ่วมีประกายไฟดวงเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาดวงหนึ่ง
ใบหน้าของเขาถูกส่องสว่าง แสงดาวไม่ได้ดูเปล่งประกายเหมือนอย่างตอนแรก
ประกายไฟดวงนั้นยังไม่ทันหายไป ประกายไฟดวงที่สองก็สว่างขึ้นมาตรงที่ที่ห่างออกไปไม่ไกล
หลังจากนั้นก็มีประกายไฟปรากฏขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ
บ้างก็อยู่บนท้องฟ้า บ้างก็อยู่บนพื้น บ้างก็อยู่ในป่า บ้างก็อยู่ริมธาร
เพียงแค่พริบตาก็มีประกายไฟจำนวนนับไม่ถ้วนสว่างขึ้นมา คล้ายกับดอกโบตั๋นภายในหุบเขาหานสือที่เบ่งบานออกมาภายในคืนเดียว
ทั่วทั้งหุบเขาถูกส่องสว่าง
จิ๋งจิ่วและจัวหรูซุ่ยยืนอยู่ในดอกไม้ไฟที่เบ่งบานทั่วทั้งท้องฟ้า โครงร่างชัดเจน ชายเสื้อพลิ้วไหวแผ่วเบา
ภาพดูงดงามเป็นอย่างมาก
เซ่อเซ่อส่งเสียงอุทานออกมา “สวยจัง”
สายตาของหญิงสาวแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยก็กำลังพูดคำพูดเดียวกัน
สายตาของไป๋เจ่าเปล่งประกาย คล้ายกับสายน้ำ
นั่งดูประกายไฟอยู่ริมน้ำนั้