ก่อนหน้านี้ที่เขาสามารถเป็นฝ่ายบุกโจมตีอยู่ตลอดได้ ก็เนื่องด้วยเหตุผลนี้
“ข้าเคยบอกแล้ว สายตาเจ้าไม่ไหว” จิ๋งจิ่วกล่าว
จัวหรูซุ่ยรับรู้ถึงกระบี่ของตนเอง พบว่าการโคจรปราณกระบี่ติดขัดขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายได้รับผลกระทบอะไรบางอย่าง
จิ๋งจิ่วพลันหมุนตัวมองไปทางด้านนอกหุบเขา จากนั้นมองไปทางไป๋เจ่า
ไป๋เจ่าเองก็รับรู้ได้ จึงพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า นางกำลังบอกว่าตนเองก็ไม่สามารถใช้ข่ายพลังกันอาจารย์เหล่านั้นเอาไว้ด้านนอกแบบนี้ไปเรื่อยๆ ได้
จิ๋งจิ่วมองไปทางจัวหรูซุ่ย กล่าวว่า “เร็วหน่อย”
จัวหรูซุ่ยกล่าว “อย่างนั้นท่านก็ยอมแพ้เสียสิ”
ทันทีที่พูดจบ ประกายไฟก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ประกายไฟไม่ได้ปรากฏขึ้นตรงที่อื่นภายในหุบเขา อย่างเช่นบริเวณหน้าผา อย่างเช่นริมธาร หากแต่ปรากฏอยู่แค่ตรงพวกเขาสองคน
พวกเขาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบจ้าง ประกายไฟจำนวนมากขนาดนี้ปรากฏขึ้นพร้อมกันที่นี่ หนาทึบแน่นขนัด คล้ายกลายเป็นคันฉ่องแสงบานหนึ่ง แสบตาเป็นอย่างมาก
เซ่อเซ่อและหญิงสาวจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยผู้นั้นเอามือปิดหน้า มีแค่ดวงตาที่โผล่ออกมา ดูน่ารักยิ่งนัก
สีหน้าเหอจานเคร่งเครียด พบว่าหากเป็นตัวเองจะต้องไม่สามารถรับการโจมตีที่คลุ้มคลั่งเหมือนดั่งห่าฝนนี้ได้แน่
จัวหรูซุ่ยแข็งแกร่งจริงๆ อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของวิถีกระบี่แห่งชิงซานได้แล้ว ปราณกระบี่มหาศาล เพลงกระบี่ดุดัน ช่างเหมือนกับสั