ความหมายของเซ่อเซ่อชัดเจนเป็นอย่างมาก แต่เหอจานกลับไม่เห็นด้วย
จัวหรูซุ่ยเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนฟ้าดินแห่งนี้เป็นของเขา แข็งแกร่งจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร
สภาวะของจิ๋งจิ่วหยุดนิ่งมาเกือบสิบปี ไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
หญิงสาวจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมองไปทางถงเหยียน กล่าวขอคำชี้แนะว่า “คุณชายถงเหยียน ท่านคิดว่าอย่างไร?”
ถงเหยียนเป็นปรมาจารย์ทางด้านวิถีหมากล้อม สติปัญญาเป็นหนึ่งไม่มีสอง สายตาย่อมต้องเฉียบคมแม่นยำ
เหอจานเองก็มองไปทางเขา คิดอยากรู้ว่าเขามองอย่างไร อย่างเช่นจิ๋งจิ่วจะรับมือได้นานเท่าไร
ถงเหยียนกระทั่งคิดก็ไม่ได้คิด กล่าวว่า “ย่อมต้องเป็นจิ๋งจิ่วที่ชนะ”
เหอจานไม่เข้าใจอย่างมาก หญิงสาวจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเองก็รู้สึกตกใจ — จัวหรูซุ่ยเก็บตัวบำเพ็ญเพียรตั้งแต่ยังเล็ก อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถบรรลุขั้นคเนจรได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดแห่งโลกบำเพ็ญพรต เหนือกว่าเจ้าล่าเยวี่ยขั้นหนึ่ง ต่อให้พรสวรรค์ทางวิถีกระบี่ของจิ๋งจิ่วจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เขาจะชดเชยความต่างของสภาวะของทั้งสองฝ่ายอย่างไร?
ไป๋เจ่าถามอย่างจริงจัง “เหตุใดศิษย์พี่ถึงได้มั่นใจกว่าข้าเสียอีก?”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เพราะพลังการคำนวณของจิ๋งจิ่วคือที่หนึ่งในใต้หล้า หากเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะ เขาไม่มีทางปรากฏตัวแน่”
การอนุมานอันนี้สอดคล้องกับตรรกะเป็นอย่างมาก อย่างน้อยฟ