บนภูเขาที่สำนักหลายๆ สำนักตั้งอยู่มักจะมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี
ข่ายพลังแอบซ่อนอยู่ในนั้น
ชิงซานเป็นเช่นนี้
เขาอวิ๋นเมิ่งก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
ยอดเขาของที่นี่ไม่ได้สูงชันและดูยิ่งใหญ่เหมือนอย่างชิงซาน แต่กลับงดงามเป็นอย่างมาก เนินเขาค่อยๆ ทอดตัวกลายเป็นหุบเขา
ดังนั้นก็เหมือนกับยอดเขาทั้งเก้าของชิงซาน สำนักจงโจวถูกแบ่งออกเป็นสิบสองหุบเขา
เมฆสีขาวไหลเอื่อยอยู่ในหุบเขา ไม่สลายหายไปไหน ดูงดงามแต่ก็ดูพิศวง ช่างคล้ายกับความฝัน แล้วก็คล้ายกับดินแดนแห่งเซียนที่ผู้บำเพ็ญพรตใฝ่ฝันถึง
สำนักจงโจวตั้งสำนักขึ้นมาสามหมื่นปีย่อมต้องเป็นเรื่องใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรต นอกจากสำนักชิงซานและสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยแล้ว ในแผ่นดินเฉาเทียนก็ไม่มีสำนักไหนที่จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเช่นนี้อีก
งานใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องน่าเฉลิมฉลอง ถึงได้มีงานชุมนุมแสวงมรรคาครั้งนี้ขึ้นมา ยันต์เซียนปรากฏขึ้นบนโลกอีกครั้ง
สำนักกระบี่ซีไห่ที่ไม่มีรากฐานอะไรก็ยังรู้จักที่จะใช้วาฬบินบินลงไปในทะเลเพื่อทำให้กลายเป็นสายฝน สายรุ้งปรากฏขึ้นริมขอบฟ้า เขาอวิ๋นเมิ่งย่อมไม่มีการประดับประดาด้วยแสงไฟเหมือนอย่างโลกมนุษย์
ช่วงเวลายามเย็น หมู่ดาวยังไม่ปรากฏกาย ท้องฟ้าที่อยู่ตรงข้ามกับพระอาทิตย์ยามเย็นมีฉากแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา
ภายในฉากแสงมีก้อนเมฆ มีทิวทัศน์ที่งดงาม ดูคล้ายความฝันเป็นยิ่งนัก
ภายในเขาอวิ๋นเมิ่งเองก็มีการประดับประดาตกแต่งเช่นกัน อย่