างเช่นดอกโบตั๋นนับหมื่นภายในหุบเขาหานสือเบ่งบานออกมาพร้อมกันในคืนเดียว แย่งชิงสีสันในฟ้าดินไปจนหมด
เรือกระบี่และเรือเมฆจำนวนนับไม่ถ้วนลงจอดในส่วนลึกของภูเขาอย่างต่อเนื่อง พาผู้บำเพ็ญพรตจากที่ต่างๆ ในแผ่นดินเฉาเทียนมาส่งที่นี่ แล้วก็มีผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักและสำนักเล็กๆ จำนวนมากที่ไม่มีพาหนะวิเศษขนาดใหญ่ จึงได้แต่ต้องขี่กระบี่หรือไม่ก็อาวุธวิเศษมา จากนั้นบินลงตรงด้านนอกข่ายพลังอวิ๋นเมิ่งชั้นที่สอง แล้วค่อยเดินขึ้นไปบนเขา
สำนักจงโจวได้จัดศิษย์ให้ไปประจำอยู่ตามประตูต่างๆ เพื่อคอยดูแลผู้บำเพ็ญพรตเหล่านี้
มีประตูบานหนึ่งในภูเขาที่มีอายุยาวนาน จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก ผ่านไปเป็นเวลานานก็ยังไม่มีผู้บำเพ็ญพรตเดินผ่าน
ศิษย์ผู้ดูแลผู้นั้นรู้สึกเบื่อหน่ายจนเกือบจะง่วงนอน ทันใดนั้นพลันพบว่ามีคนมา จึงได้สติตื่นขึ้นมาทันที
“สหายธรรมผู้นี้ โปรดลงชื่อก่อน”
คนผู้นั้นสวมหมวกลี่เม่า มองไม่เห็นใบหน้า สวมชุดสีขาวที่ดูธรรมดา เขาหยิบพู่กันขึ้นมาตามที่ศิษย์คนนั้นบอก จากนั้นเขียนชื่อตัวเองลงไปในสมุดรายชื่อ
ศิษย์ผู้นั้นมองกลับหัว พบว่าตนเองอ่านตัวหนังสือสองตัวนั้นไม่ออก เพียงแต่รู้สึกว่าชื่อของสหายธรรมผู้นี้ช่างเรียบง่ายนัก มีขีดเพียงไม่กี่ขีด
“สหายท่านนี้เชิญเดินไปทางนี้ ถือป้ายหยกอันนี้ไว้ ข่ายพลังจะตอบสนอง ไม่ขัดขวางท่าน”
คนผู้นั้นรับเอาป้ายหยกมา เดินเข้าไปในภูเขา
ศิษย์ผู้นั้นหมุนสมุดรายชื่อกลับมาดู เมื่อเห็น