เวลาผ่านไปสามปี โลกยังคงเป็นเหมือนเดิม
ชิงซานยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน หมอกเบาบางลอยล่อง ลำแสงกระบี่ปรากฏขึ้นมาบางครั้ง จิ๋งจิ่วที่ออกไปจากชิงซานเป็นเวลาหกปีถูกพูดถึงน้อยลงเรื่อยๆ คล้ายกับเมื่อครั้งที่อยู่ในที่ราบหิมะ กลับกลายเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวายในทะเลตะวันตกเมื่อสามปีก่อนที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เหล่าศิษย์ชิงซานต่างรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่าผู้อาวุโสผู้นั้นคือใครกันแน่ แล้วเขาช่วยกั้วตงออกมาได้หรือเปล่า
ยอดเขาเสิ่นม่อเองก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีเพียงม้าเพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่ง ม้าตัวนั้นไม่จำเป็นต้องทำงานอะไร ทั้งวันเอาแต่กินหญ้าเดินไปเดินมาอยู่ในภูเขา มีเพียงเรื่องเดียวที่น่าหงุดหงิดก็คือมันมักจะถูกเหล่าวานรบนยอดเขามาก่อกวน จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายเริ่มคุ้นเคยกัน เหตุการณ์เช่นนี้จึงดีขึ้นมาบ้าง
ในเช้าวันหนึ่งม้าตัวนี้เดินไปกินน้ำที่ริมธารจินเปี้ยน ลิงที่ซุกซนตัวหนึ่งได้ขี่อยู่บนหลังมัน เหวี่ยงกิ่งไม้ไปมา สงเสียงร้องที่มีเพียงแค่กู้ชิงที่ฟังเข้าใจ
หยวนฉวี่มุดออกมาจากในป่า ภายในมือมีก้อนหินสีดำที่แตกละเอียดอยู่สามสี่ก้อน มองดูภาพเบื้องหน้า หลังงุนงงอยู่ครู่ บนใบหน้าก็เผยให้เห็นสีหน้ายินดี
ลำแสงกระบี่ตกลงมา กู้ชิงปรากฏตัว มองดูหินสีดำที่แตกละเอียดในมือศิษย์น้องพลางครุ่นคิดถึงภาพเมื่อสามปีก่อน จากนั้นกล่าวอย่างหวาดกลัวเล็กน้อยว่า “อาจารย์อา…ยังฝึกกระบี่อยู่อีกหรือ?”
หยวนฉวี่กล่าวออกมาอย่า