ิณก็ไม่ได้ปรากฏขึ้นมาอีก
คุณชายหลี่เองก็ไม่ได้มาที่สำนักแม่ชี
เมื่อหลายๆ เรื่องล้วนแต่หายไปหรือไม่ก็กำลังจะหายไป เราถึงจะรู้สึกว่ามันมีค่า
จิ๋งจิ่วไม่ได้รู้สึกว่าเสียงพิณนั้นมีค่าแต่อย่างใด แต่บางครั้งก็ยังคิดถึงขึ้นมา
เขาและกั้วตงยังคงนั่งบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบๆ อยู่ในสำนักแม่ชี กระทั่งใบไม้ที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างวงกลมเปลี่ยนเป็นสีแดงจนหมด
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปได้ไม่กี่วัน ในที่สุดก็มาถึงตอนที่ต้องจากลา
แม่ชีชรามิใช่ผู้บำเพ็ญพรต อายุขัยเหลืออยู่ไม่มาก ดูแล้วคล้ายเป็นการจากลาธรรมดา แต่ความจริงแล้วยากที่จะได้พบกันอีก
กั้วตงพูดคุยกับนางสองสามประโยค ก่อนจะเข็นรถเข็นออกไปจากสำนักแม่ชีด้วยตนเอง
แม่ชีชราดึงสายตากลับมา มองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “แม่นางตงดูเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่ความจริงแล้วเป็นคนจิตใจอบอุ่น ขอท่านโปรดดูแลนางให้ดีด้วย”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าจะดูแลนางให้ดีแน่นอน”
แม่ชีชรากล่าวถามอีกว่า “แล้วของขวัญที่คุณชายหลี่ผู้นั้นทิ้งเอาไว้จะให้จัดการอย่างไรคะ”
“พวกท่านเก็บไว้ใช้เองก็แล้วกัน”
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “ม้าตัวนั้นข้าจะเอาไป พวกท่านไม่ต้องเลี้ยงแล้ว”
แม่ชีชราคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา หยิบเอากล่องใบหนึ่งออกมาพลางกล่าวว่า “ของขวัญชิ้นนี้มีค่ามากเกินไป ข้าเก็บเอาไว้ไม่ได้จริงๆ”
ภายในกล่องคือยาเม็ดหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมา นั่นคือยาวิเศษของผู้บำเพ็ญพรต
ยาเม็ดนี้มีค่ากว่าคนธรรมดาเสียอีก ต่อให้เป็น