ำชอง หรือเรียกได้ว่าเย็นชาขนาดนี้มาก่อน
เขาดึงสายตากลับมาจากผ้าเช็ดหน้าที่ปลิวกระจายอยู่ในน้ำ จากนั้นแผ่จิตจำแนกสายหนึ่งออกไป
“เจ้าเป็นใครในสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย?”
กั้วตงไม่ได้ตอบคำถามนี้
ในแผนการที่ถงเหยียนวางเอาไว้ไม่มีนางอยู่
แต่นางเข้าใจความหมายของถงเหยียน
สภาวะของนางยังไม่ฟื้นฟูกลับมา แต่นางยังคงมาที่ซีไห่
เผยไป๋ฟ่ามิใช่มือสังหาร ถงหลูมิใช่ ซูจึเย่เองก็ไม่ใช่ หากแต่เป็นนาง
แต่ที่น่าเสียดายก็คือสุดท้ายนางก็ไม่สามารถสังหารเจี้ยนซีไหลได้
การลงมือตอนนี้มันค่อนข้างฝืนไปหน่อยจริงๆ
นางครุ่นคิดในใจ
เทพกระบี่ซีไห่ไม่ได้โกรธเกรี้ยวเพราะความเงียบของนาง
เขาหมุนตัวมองไปทางเรือสีเขียวที่กำลังบินหนีไปลำนั้น
ทั่วทั้งทะเลตะวันตกต่างรับรู้ได้ถึงความคิดอันยิ่งใหญ่ของเขา
“นี่คือแผนการของพวกเจ้า ข้าเข้ามาอยู่ในแผนการ แต่สุดท้ายพวกเจ้าก็ยังพ่ายแพ้”
……
……
เรือบินสีเขียวเป็นของวิเศษของสำนักเสวียนอิน บินได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก เวลานี้ออกห่างจากหมู่เกาะซีไห่ไปไกลสองร้อยกว่าลี้แล้ว
แต่ไม่มีสิ่งใดจะเร็วไปกว่าความคิด
ฟ้าดินอันเงียบสงบมีเสียงฟ้าร้องขึ้นมา
นั่นคือคำพูดของเทพกระบี่ซีไห่
ซูจึเย่ก้มหน้า พลันกล่าวขึ้นมาว่า “ไม่ต้องแสร้งแล้ว ทางนั้นล้มเหลวแล้ว”
เผยไป๋ฟ่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา กล่าวว่า “ต่อให้ข้าลืมตา ข้าก็ยังตาบอดอยู่ดี”
ในม่านตาสีเทาหม่นสะท้อนภาพท้องฟ้าสีเทาหม่น ไม่มีสีสันใดๆ
คำพูดประโยคนี้คล้ายมีความ