หลังพยายามอยู่สองสามครั้ง ภายใต้ความช่วยเหลือของผู้อาวุโสเกาหยาและการให้ความร่วมมืออย่างลับๆ ของซูชีเกอที่เป็นเจ้าสำนักรุ่นก่อน เขาก็มายังสำนักเสวียนอิน
แม้แต่ซูจึเย่ที่ลั่วไหวหนานยังต้องระมัดระวังตัวก็ยังถูกเขาไล่ต้อนจนเป็นเหมือนหมาเร่ร่อน หลบหนีไปยังทะเลตะวันตก
ในที่สุดหลังจากนั้นสี่ปีเขาก็กำจัดเส้นสายที่ซูจึเย่ทิ้งเอาไว้ในสำนักเสวียนอินได้จนหมด กลายเป็นเจ้าสำนักคนใหม่ที่ลี้ลับและน่าหวาดกลัว แล้วก็กำลังจะกลายเป็นประมุขนิกายในวันพรุ่งนี้
แต่เป้าหมายในการบำเพ็ญเพียรของเขามีความชัดเจนและแน่วแน่เป็นอย่างมาก ไม่มีทางหลงทางเพราะเรื่องอื่น ดังนั้นเขาจึงสงบเยือกเย็นมาโดยตลอด
เขารู้ว่าเบื้องหลังเหตุการณ์แปลกๆ ที่เขาเจอเหล่านั้นจะต้องมีอะไรแอบซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
แต่จะเป็นอย่างไรก็ช่าง
ตัวเอกในเรื่องเล่ามักจะเป็นเช่นนี้ ด้านบนของความมืดมักจะมีมือข้างหนึ่งคอยควบคุมบงการชีวิตของเจ้า แล้วในวันหนึ่งถึงจะเปิดเผยความจริงของเรื่องราว
แต่ตัวเอกในเรื่องเล่าเหล่านั้น สุดท้ายมักจะบดขยี้มือข้างนั้นจนแหลกละเอียด
หวังเสี่ยวหมิงรู้ว่าตนเองคือคนเช่นนั้น
แล้วเขายังรู้มากกว่านี้ด้วย
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะใช้เรื่องนี้มาดึงความสนใจจากคนจำนวนมาก ผลักข้าไปยืนอยู่ข้างหน้า เพื่อจะฉกฉวยโอกาสจากความวุ่นวาย และจะดีที่สุดถ้าข้าถูกฆ่าตาย”
เขามองดูซูชีเกอที่นอนอยู่บนตั่งพลางกล่าว
“ข้ารู้ว่าเปลือกนอกเจ้ากับเขาแสร้งทำเป็นขั