ูกคนพบเห็นว่านางปรากฏตัวอยู่ที่เมืองไป๋เฉิง แต่ท่านก็รู้…พวกเราไม่กล้าเข้าไปใกล้วัดแห่งนั้นมากนัก ดังนั้นจึงไม่ทราบรายละเอียด”
จิ๋งจิ่วกล่าวถามว่า “แล้วเรื่องนั้นล่ะ?”
หมอหยิบเอาหยกอีกก้อนออกมากำไว้ในมือ กล่าวว่า “ในศึกถล่มลานเมฆเมื่อสามปีก่อน ความจริงตอนนั้นถงเหยียนมิได้อยู่ที่เขาอวิ๋นเมิ่ง ไม่รู้ว่าไปที่ใด แต่หลังจากนั้นครึ่งปีก็กลับมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ อีกทั้งยังคงปิดปากเงียบไม่บอกว่าไปไหนมา กระทั่งเมื่อหลายวันก่อน ไป๋เจ่าจะไปเมืองเจาเกอ ถงเหยียนจึงได้จัดงานเลี้ยงสั่งลาที่หุบเขาหานสือ บนโต๊ะมีคะน้าก้านแดงอยู่จานหนึ่ง”
จิ๋งจิ่วไม่กินอาหาร ดังนั้นย่อมไม่รู้สึกว่าคะน้าก้านแดงนั้นมีอะไรพิเศษ
“ไม่ใช่อาหารตามฤดู ในหุบเขาหานสือสี่ฤดูแบ่งชัดเจน ต่อให้สามารถใช้ข่ายพลังเลี้ยงดูขึ้นมาได้ แต่มันก็ไม่คุ้มที่จะเอามาใช้ปลูกคะน้าก้านแดงแบบนี้ขอรับ”
กู้ชิงอธิบายเสียงเบาๆ อยู่ด้านหลังเขา “ถงเหยียนกลับมาจากตะวันตกเฉียงใต้ แล้วยังมีคะน้าก้านแดงอีก เขาอาจจะไปที่สำนักฌานเป่าทงมาขอรับ”
หมอมองดูเขา รู้สึกนับถือ ในใจครุ่นคิดว่าสมแล้วที่เป็นกู้ชิง
จิ๋งจิ่วกล่าวถามว่า “เมื่อสามปีก่อนทางตะวันตกเฉียงใต้มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นหรือ?”
“ลานเมฆที่ถูกทำลายอยู่ค่อนไปทางเหนือ นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีอีกสองสามเรื่องที่น่าสนใจ”
หมอเอาสองสามเรื่องนั้นบอกเล่าออกมาทีละเรื่อง จากนั้นกล่าวว่า “นายน้อยสำนักเสวียนอินซูจ