จิ๋งจิ่วมิได้สวมชุดขาวชุดนั้น หากแต่สวมเสื้อผ้าธรรมดา แล้วก็สวมหมวกลี่เม่าเหมือนเวลาปกติ
หมวกลี่เม่าใบใหญ่ปกปิดใบหน้าของเขาเอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพายุกระบี่คั่นกลางไว้อีก ต่อให้มีคนมองขึ้นมาจากด้านล่างหมวก ก็ไม่มีทางมองเห็นใบหน้าเขาได้ชัดเจน
ที่ลู่กั๋วกงจำเขาได้ทันทีที่มองเห็น เหตุผลหลักๆ เป็นเพราะเขาคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ทุกวันคืน แล้วก็ย่อมเป็นเพราะท่าทางที่สง่างามของจิ๋งจิ่วนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก
จู่ๆ จิ๋งจิ่วพลันตัวหายไปจากตรงหน้าเขา ลู่กั๋วกงตกใจ ครุ่นคิดในใจว่าหรือตัวเองจะคิดถึงมากไป ก็เลยตาลาย?
เขารีบเอานิ้วจุ่มลงไปในถ้วยชา แล้วเอาน้ำชาขึ้นมาถูที่ดวงตา ก่อนจะมองออกไปอีกครั้ง พบว่าจิ๋งจิ่วได้ไปอยู่บนพื้นหญ้าที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบจ้าง เขาคิดอย่างตกตะลึงว่าเวลาสามปีนี้อาจารย์เซียนไปเรียนวิชาอะไรมา ถึงได้มีความรู้สึกเหมือนเซียนท่องทะยานไปบนก้อนเมฆ
งานฟื้นฟูเมืองเจาเกอดำเนินไปอย่างรวดเร็ว วัดไท่ฉางย่อมต้องเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการฟื้นฟู อีกทั้งยังเป็นการซ่อมของเก่าให้เหมือนเก่า ดังนั้นในส่วนลึกของวัดไท่ฉางจึงยังมีป่าไผ่แห่งนั้นอยู่
ในส่วนลึกของป่าไผ่มีอุโมงค์ที่ทอดยาวลงไปใต้ดินอยู่เส้นหนึ่ง คนงานจำนวนมากกำลังทำงานอยู่รอบๆ อุโมงค์ ขนของจำนวนมากออกมาจากด้านใน
ซากมังกรชางหลงที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์กับซากมังกรชางหลงที่อยู่ในสภาพเป็นโครงกระดูกย่อมต้องไม่เหมือนกัน ร่างมังกรที่ใหญ่โตและแข็งแ