ลู๋กั๋วกงออกไปจากวัดก็ด้วยเพราะรีบจะเอาเบาะแสที่สืบพบใหม่ไปทูลฮ่องเต้
สมณะตู้ไห่หยุดการสืบสวนชั่วคราว ก็เพราะเหตุผลเดียวกัน
เรื่องราวเกี่ยวพันถึงสำนักจงโจวและองค์ชายจิ่งซิน อย่างนั้นหลังจากนี้จะทำการสืบสวนอย่างไรมันก็มิใช่เรื่องที่คนที่อยู่ในที่ประชุมเหล่านี้จะสามารถตัดสินใจได้อีก
เจ้าหน้าที่วัดไท่ฉางและเจ้าหน้าที่กรมชิงเทียน อีกทั้งตัวแทนจากสำนักต่างๆ ทยอยออกไปจากวัดไท่ฉาง
สำนักต้าเจ๋อรู้สึกสะใจเล็กน้อย สำนักคุนหลุนค่อนข้างเป็นห่วง ส่วนสำนักเล็กๆ ที่เหลือนั้นคิดว่าวันนี้ตนเองไม่ควรจะมาที่นี่เลย
จางอี๋อ้ายย่อมไม่สามารถออกไปได้ เขาถูกพาไปอยู่ในห้องทางปีกข้างห้องหนึ่งของวัดไท่ฉาง
สมณะตู้ไห่นั่งอยู่บนอาสนะด้านนอกประตู นี่หมายความว่าเขาจะเป็นคนเฝ้าด้วยตัวเอง
สายตามองดูแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากทางด้านนอกหน้าต่าง จางอี๋อ้ายคิดถึงหลายๆ เรื่องขึ้นมา
เขาออกจากเขาอวิ๋นเมิ่งมาหลายปี ทิวทัศน์และผู้คนในภูเขาได้เปลี่ยนไปจนเขารู้สึกค่อนข้างแปลกหน้า เมื่อเทียบกันแล้ว เขามีความคุ้นเคยกับผู้คนและเรื่องราวในเมืองเจาเกอมากกว่า และเขาก็คุ้นเคยกับสถานะเจ้ากรมชิงเทียนของตัวเองมากกว่า หาใช่สถานะอื่นไม่
กลิ่นน้ำยาเคลือบที่ยังไม่แห้งสนิทบนหน้าต่างของห้องพัก เขาเองก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี
สิ่งก่อสร้างทุกอย่างภายในวัดไท่ฉางล้วนแต่สร้างขึ้นมาใหม่จากซากปรักหักพัง เขาเป็นคนคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง ใช้เวลาเพียงเจ็ดวันก็เ