สร็จเรียบร้อย
ประตูห้องพักถูกเปิดออก เยวี่ยเชียนเหมินเดินเข้ามา
จางอี๋อ้ายรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย การที่อีกฝ่ายจะมาพบตนนั้นถือเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุใดสมณะตู้ไห่ถึงไม่ห้าม?
“ไต้ซือเห็นแก่หน้าสำนักจงโจว อนุญาตให้ข้ามาพูดกล่อมเจ้าให้พูดความจริง”
เยวี่ยเชียนเหมินมองเขาพลางกล่าว สายตาเย็นยะเยือกเป็นยิ่งนัก
สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อนั้นย่อมไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาพูดออกมา
จางอี๋อ้ายกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ศิษย์พี่ต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”
เยวี่ยเชียนเหมินสายตาเย็นยะเยือกขึ้นกว่าเดิม กล่าวอย่างไม่มีเสียงว่า “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ทำไมถึงเอาตำหนักองค์ชายมาเกี่ยวพันด้วย?”
“ข้าอยู่ในเมืองเจาเกอตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง แต่พวกท่านกลับใช้ข้าทำงานให้พวกท่านไม่หยุด..”
จางอี๋อ้ายจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าว “แล้วนี่ยังมาให้ข้าช่วยพวกท่านพาคนส่งเข้าไปในคุกสะกดมารอีก พวกท่านเคยคิดถึงข้าบ้างหรือเปล่า?”
พอเขาเอ่ยปากพูด สีหน้าของเยวี่ยเชียนเหมินก็ยิ่งดูแย่ สายตาเย็นยะเยือกเล็กน้อย หมายความว่าให้เขารีบหุบปาก
แต่จางอี๋อ้ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขากล่าวว่า “คนที่พวกท่านส่งเข้าไปในคุกสะกดมารก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ หรือยังหวังจะให้ข้าแบกรับมันคนเดียว?”
เยวี่ยเชียนเหมินทนไม่ไหวอีก เขาตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้ารู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไร?”
จางอี๋อ้ายมองดวงตาของเขา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “หากการตายของเทพมั